Undergraduate
Study Plan
อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ (Alexander Graham Bell)
156
3894
0
เกิด : 3 มีนาคม ค.ศ.1847 ที่เมืองเอดินเบิร์ก (Edinburg) ประเทศสก็อตแลนด์ (Scotland)
เสียชีวิต : 2 สิงหาคม ค.ศ.1922 ที่เมืองโนวา สโคเทีย (Nova Scotia)
ผลงาน : ประดิษฐ์โทรศัพท์ ในปี ค.ศ.1876 และได้ก่อตั้งสมาคมแนะนำ สอนคนหูพิการ ชื่อว่า American Association to Promote the Teaching of Speech to Deaf
ノートテキスト
ページ1:
Mr. Watson - come here - I want to see you จาก ‘โทรเลข” สู่ “เสียง” เบลล์พบว่าเขาสนใจแนวคิดการสื่อสารทางไกลด้วย 'เสียงของมนุษย์' มากกว่าจะเป็นเพียงข้อความสั้นๆอย่างโทรเลข ทําให้เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1876 เบลล์ได้ตัดสินใจยื่นจดสิทธิบัตรแนวคิดนี้ทันที และเป็นเหตุอันน่า บังเอิญที่ เอลิซ่า เกรย์ (Elisha Gray) ก็ได้มีการจดสิทธิบัตรในวันเดียวกัน แต่ช้ากว่า เบลล์เพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 1876 สำนักงานสิทธิบัตรก็ได้มอบสิทธิบัตรที่เรียกได้ว่ามีค่า มหาศาลที่สุดอีกชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์ให้กับเบลล่ สามวันหลังจากที่เขาได้รับสิทธิบัตร วันที่ 10 มีนาคม 1876 ในอาคารห้องทดลอง เบลล์ได้พูดผ่านสายโทรศัพท์ถึง “วัตสัน” ผู้ช่วยของเขาที่อยู่อีกห้องว่า “วัตสัน – มานี่หน่อย – ผมอยากพบคุณ” / Mr. Watson - come here - I want to see you / และนั่นก็นับเป็นการสนทนาด้วยอุปกรณ์โทรศัพท์ครั้งแรกที่ถูกจารึกไว้ใน ประวัติศาสตร์ เรียกได้ว่าถ้าวันนั้นเบลล์ “หวัดดีวัตสัน” ไม่สำเร็จ ก็อาจจะไม่ได้มีไวรัล “หวัดดีเบลล์” อย่างทุกวันนี้ก็เป็นได้ Alexander Gralbaron & Thomas A.Watson
ページ2:
หลังจากคิดค้นและพัฒนาผลงานชิ้นเอกนี้ทำให้เบลล์มีชื่อเสียง และเงินทอง มากขึ้น เบลล์ได้บริจาคเงินส่วนหนึ่งในการก่อตั้งสมาคมเพื่อคนหูพิการ ชื่อว่า American Association to Promote the Teaching of Speech of Deaf นอกจากนี้เขายังได้สร้างสิ่งประดิษฐ์อีกหลายต่อหลายชิ้น ทั้งโทรศัพท์แบบไร้ สาย หากแต่ใช้การส่งสัญญาณผ่านลำแสงแทน ที่เรียกว่า Photophone ประดิษฐ์ เรือไฮโดรฟอยล์ และสนับสนุนงานวิจัยทางด้านอากาศยานและการบิน เรียกได้ว่า สิ่งประดิษฐ์ทุกชิ้นของเบลล์นั้นได้กลายเป็นสิ่งสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังนำมา ต่อยอดจนกลายเป็นวิทยาการสมัยใหม่ ต่อมาในปี ค.ศ. 1915 เบลล่ได้รับเชิญไปเปิดผลงานในโอกาสที่ดำาเนินการติดตั้ง สายโทรศัพท์ข้ามทวีปเป็นครั้งแรก โดยเบลล์นั้นได้พูดสนทนากับวัตสันในคำพูดเดิม ก็คือ "คุณวัตสันมานี้หน่อย ผมต้องการคุณ" เบลล์ได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองโนวา สโคเทีย และอยู่ที่นั่นจนกระทั่งเสียชีวิตด้วยโรค แทรกซ้อนเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ.1922 Telephone Bell company Alexander Graham
ページ3:
BELL “หวัดดีเบลล์” อเล็กซานเดอร์ แกรห์ม เบลล์ ชายผู้เปลี่ยนโลกด้วยโทรศัพท์ Alexander Graham ถึงคำว่า หวัดดีเบลล์ นั้นอาจจะเป็นไวรัลในตอนนี้ แต่คำแรกที่มนุษย์ได้ยินจากโทรศัพท์ก็คือคำว่า “วัตสัน มานี่หน่อย” ของอเล็กซานเดอร์ แกรห์ม เบลล์ ชายผู้ที่เกือบจะไม่ได้เป็นเจ้าของสิทธิบัตรการประดิษฐ์โทรศัพท์ โดย เอลิซ่า เกรย์ (Elisha Gray) นั้นก็ได้มีการจดสิทธิบัตรในวันเดียวกัน ซึ่งเป็นการจดสิทธิบัตรภายหลังจากเบลล์เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
ページ4:
Bell American Association to Promote Alexander the Teaching of Speech to Deaf Graham Scholar SELECT สำหรับวง Three Man Down ได้นำผลงานเพลง “ถ้าเธอรักฉันจริง” จน กลายเป็นกระแสไวรัลติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ หลังจากนักร้องนำของวงได้แนะนำ แฟนเพลง ที่ยังไม่รู้ว่าจะทักคนที่ชอบไปอย่างไร ให้ทักไปด้วยเสียงพูดต้นเพลงว่า “หวัดดีเบล” แล้วค่อยบอกคนที่ชอบ จนหลายๆคนเอาไปทำตามกันแล้วก็ได้ ออกมาแชร์ประสบการณ์สารภาพรักที่ขำบ้าง เขินบ้าง ส่วนบางคนก็เป็น ประสบการณ์ที่เศร้าจนน้ำตาคลอ แล้วแต่ว่า “เบล” ที่ทักไปจะตอบกลับมาแบบไหน แต่ก่อนที่พวกเราจะมีโทรศัพท์ที่มีแอปพลิเคชันให้เราได้ทักไป “หวัดดีเบล” กับ คนที่ชอบได้ เจ้าอุปกรณ์นี้ในสมัยหนึ่งเคยมีรูปแบบฝาพับ ก่อนหน้านั้นก็เคยมีขนาด ที่ไม่ได้รูป หนาเตอะ และเสาสัญญาณอันใหญ่ เคยเป็นอุปกรณ์เชื่อมสายที่มีขนาด ช่องพอดีนิ้วจิ้มหมุนเพื่อติดต่อเลขหมายปลายทาง และถ้าหากย้อนไปไกลกว่านั้น เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นของ โทรศัพท์” มนุษย์นั้นก็ได้มีความพยายามที่จะส่งสัญญาณเสียงจากที่หนึ่งไปยังอีกที่ หนึ่ง ซึ่งถ้าเขาได้เกิดมาในสมัยนี้ก็คงมีคนโทรหา หรือทักไปบอกว่า “หวัดดีเบล” อยู่ ไม่น้อยเลย ก็เพราะว่า นักประดิษฐ์คนนี้มีชื่อว่า “อเล็กซานเดอร์ แกรห์ม เบลล์ หรือ ‘เบลล์’ นั่นเอง
ページ5:
อเล็กซานเดอร์ แกรห์ม เบลล์ (Alexander Graham Bell) มีบ้านเกิดอยู่ในกรุง เอดินบะระ แคว้นสกอตแลนด์ ประเทศอังกฤษ ครอบครัวของเบลล์นั้น มีความเกี่ยวพันกับทางด้านภาษาศาสตร์ โดยพ่อของเขาเป็นครู สอนการออกเสียงที่มีความเชี่ยวชาญ พ่อของเบลล์ (Alexander Melville Bell) ได้ผลิต งานวิจัยสำคัญได้แก่ การประดิษฐ์ระบบการออกเสียง Visible Speech โดยเป็นการศึกษา และออกแบบระบบแสดงวิธีการออกเสียงพูดของมนุษย์ โดยใช้สัญลักษณ์ในการแทนการ เคลื่อนไหว ปาก ลิ้นและลำคอ เป็นงานวิจัยซึ่งมีส่วนอย่างมากในการช่วยเหลือการพูด สําหรับบุคคลหูหนวก ภายหลังต่อมาเบลล์ก็ได้นำมาปรับปรุงเพื่อช่วยเหลือผู้พิการให้ สามารถอ่านริมฝีปากของผู้พูดเพื่อทำความเข้าใจกับคำพูด เมื่อเบลล์อายุได้ 11 ปี ก็ได้รับการศึกษาที่ Royal High School ในเอดินเบิร์ก แต่เขาก็ ได้ตัดสินใจลาออกทั้งที่ยังเรียนไม่จบ หลังจากนั้นก็ได้เข้ารับตำแหน่งที่ Weston House Acedamy ในตำแหน่งผู้ช่วยสอนสาขาการออกเสียงและดนตรี ที่เอลกิน ในมอเรย์ไชน์ หลังจากนั้นก็เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเอดินบะระ จากนั้นในปี ค.ศ. 1866 - 1867 ได้เข้า เป็นผู้บรรยายที่มหาวิทยาลัย Somersetshire เมืองบาธ ประเทศอังกฤษ ระหว่างที่ยังอยู่ใน สกอตแลนด์ก็ได้เบนความสนใจไปยังส่วนของงาน Acoustic เพื่อมีส่วนช่วย (Eliza Grace Symonds) ผู้เป็นแม่ที่มีพรสวรรค์ด้านดนตรี แต่เมื่อเวลาผ่านไป หูทั้งสองข้างของแม่ก็เริ่มมี ความหูหนวกแทบจะสนิท ในปี 1870 ครอบครัวเบลล์ได้ย้ายบ้านไปยังแคนาดา โดยอยู่ที่เมือง Brentford, Ontargio ก่อนย้ายออกจาก Scottland เบลล์ได้เริ่มให้ความสนใจกับโทรศัพท์ พอย้ายไป แคนนาดาก็ได้ให้ความสนใจกับอุปกรณ์การสื่อสารอย่างต่อเนื่อง โดยได้พัฒนาเปียโน ซึ่ง สามารถส่งเสียงดนตรี ผ่านสัญญาณไฟฟ้าได้สำเร็จ และในปี 1882 เขาก็โอนสัญชาติเป็น อเมริกัน
ページ6:
สำหรับบุรุษผู้ถูกจดจำได้ดีที่สุดจากสิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งที่ช่วยให้ผู้คนในโลกสามารถ สื่อสารกันได้แม้จะอยู่ห่างไกลกันโดยใช้เพียงเสียงเท่านั้น เป็นเรื่องที่น่าขันไม่น้อย ที่อเล็กซานเดอร์ แกรห์ม เบลล์ อุทิศชีวิตส่วนใหญ่ของเขาไปกับการทํางานเพื่อคน หูหนวก ยามใดที่เบลล์ว่างเว้นจากการสั่งสอนคนที่ไม่ได้ยินเหล่านั้น เขาก็จะทำงาน ประดิษฐ์คิดค้นหรือฝันถึงแนวคิดเพื่อจะประดิษฐ์สิ่งต่างๆ หมวด สารคดี/ชีวประวัติ “หวัดดีเบลล์” Alexander Graham Bell ชายผู้เปลี่ยนโลกด้วยโทรศัพท์ เกิด: 3 มีนาคม 2390, เอดินบะระ, สกอตแลนด์ เสียชีวิต: 2 สิงหาคม 2465, Beinn Bhreagh สัญชาติ: สกอต, อเมริกัน, แคนาดา การศึกษา: University of Edinburgh (1864), University College London (1868) สิทธิบัตร: สิทธิบัตรสหรัฐอเมริกาเลขที่ 174,465 - การปรับปรุงใน Teleg คำกล่าวที่น่าสังเกต: “ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะพบสิ่งที่ฉันกำลังค้นหาแม้ว่ามันจะต้องใช้เวลาที่เหลือ ของชีวิตก็ตาม”
Comment
No comments yet