Senior High
แผนการเรียน

เอกภพและกาแล็กซี่

221

9919

1

น้องฟิล์มแงวไม่รัก🐈💗

น้องฟิล์มแงวไม่รัก🐈💗

Senior High 全学年

บทที่ 1 เอกภพและกาแล็กซี
1. กำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ
2. หลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง
3. กาแล็กซีและกาแล็กซีทางช้างเผือก

コメント

Ekchana_tsk
Ekchana_tsk

ดีมากครับเข้าใจง่ายมากเลยครับ จะสอบแล้วขอบคุณครับ

ノートテキスト

ページ1:

บทที่ 1 เอกภพและกาแล็กซี
เนื้อหา 1.1 กำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ
1.2 หลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง
1.3 กาแล็กซี่และกาแล็กซี่ทางช้างเผือก
1.1 กำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ
เอกภพ คืออะไร?
เอกภพ (Universe) เป็นที่ว่างที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลจนไม่สามารถกำหนดขอบเขตได้ ในเอกภพ
ประกอบไปด้วยหลายๆกลุ่มดาว หรือ เรียกว่า กาแล็กซี (Galaxy) ภายในกาแล็กซี่ประกอบไปด้วยดวงดาว
มากมายหลายร้อยล้านดวง ทั้งดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ฝุ่น และกลุ่มเนบิวลา
ทฤษฎีบิกแบง (Big Bang theory)
NATIONAL
GEOGRAPHIC
กิจกรรม
° C + 273 = K
ทฤษฎีบิกแบง (Bigbang Theory)
เวลา 20
อนุภาคมูลฐาน เป็นอนุภาคที่เล็กที่สุด ไม่สามารถแบ่งย่อยได้อีก
ควาร์ก (quark)
• อิเล็กตรอน (electron)
• นิวทริโน (neutrino)
ปฏิอนุภาค มีสมบัติเหมือนอนุภาคแต่มีประจุไฟฟ้าตรงกันข้าม
โมซิตรอน (positron)
• แอนติควาร์ก (antiquark)
เวลาหลังบิกแบง อุณหภูมิลดลงเหลือ (k)
1043 วินาที
1032
10-32
วินาที
1027
10 วินาที
1013
3 วินาที
10°
300,000 ปี
5,000
1,000 ล้านปี
10²
13,800 ล้านปี
2.73
มีพลังงานเกิดขึ้น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พลังงานเปลี่ยนเป็นสสารเกิดอนุภาค คือ ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวทริโน และปฏิอนุภาค
เมื่ออนุภาครวมกับปฏิอนุภาคกลายเป็นพลังงานในรูปของโฟตอน
ควาร์ก รวมตัวเป็น โปรตอน (นิวเคลียส ไฮโดรเจน) และนิวตรอน
โปรตอนและนิวตรอนรวมตัวเป็นนิวเคลียสฮีเลียม
นิวเคลียสของไฮโดรเจน และนิวเคลียสของฮีเลียม ดึงอิเล็กตรอนเข้ามาในวงโคจร
เป็นอะตอมของไฮโดรเจนและฮีเลียมเอกภพโปร่งแสงและขยายตัวอย่างรวดเร็ว
อะตอมของไฮโดรเจนและอะตอมฮีเลียมรวมกันด้วยแรงโน้มถ่วงเกิดเป็นเนบิวลา
ดาวฤกษ์ และกาแล็กซี
เอกภพในปัจจุบัน

ページ2:

ในปี พ.ศ. 2465 อเล็กซานเดอร์ ฟรีดแมนน์ (Alexander Friedmann) และพ.ศ. 2470 จอร์จ เลอแมทร์ (Georges Lemaitre)
มีแนวคิดที่สอดคล้องกันในเรื่องการขยายตัวของเอกภพ ทำให้สามารถจินตนาการย้อนกลับไปที่จุดกำเนิดของเอกภพ
แนวคิดนี้ได้ถูกพัฒนาเป็นทฤษฎีบิกแบง (Big Bang theory) ที่อธิบายว่าเอกภพเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ที่เรียกว่า บิกแบง (Big Bang)
ซึ่งขณะนั้นเอกภพมีอุณหภูมิสูงมาก (มากกว่า 10 เคลวิน) ขนาดเล็กและมีมวลมหาศาล จึงมีความหนาแน่นสูงมาก จากนั้นเอกภพเกิด
การขยายตัวอย่างรวดเร็วทำให้อุณหภูธลดลง สสารต่างๆ จึงอยู่ในรูปอนุภาคและปฏิอนุภาค
เอกภพมีวิวัฒนาการต่อเนื่องจนเป็นเอกภพในปัจจุบัน โดยทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน เพราะมีหลักฐานจากการสังเกตการณ์
1 ปีแสง คือระยะทางที่แสงเดินทางในอวกาศเป็นเวลานาน 1 ปี
คิดเป็นระยะทาง 9.461 x 10 เมตรหรือประมาณ 9.5 ล้านล้านกิโลเมตร
1.2 หลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง
การขยายตัวของเอกภพ
เอ็ดวิน พาวเวลล์ ฮับเบิล (Edwin Powell Hubble, ค.ศ.1889-1953) นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน
เป็นบุคคลแรกที่ค้นพบว่า เอกภพไม่ได้มีสภาพหยุดนิ่งแต่กำลังขยายตัวในปัจจุบัน
โดยเอ็ดวิน ฮับเบิล ได้มีสังเกตการเคลื่อนของกาแล็กซีต่างๆ พร้อมวัดระยะห่างของกาแล็กซีเหล่านั้น
เมื่อนำข้อมูลมาเขียนกราฟพบว่า ความเร็วในการเคลื่อนที่ของกาแล็กซีออกจากผู้สังเกต (V) แปรผันตรง
กับระยะทางระหว่างกาแล็กซี่กับผู้สังเกต (D) เรียกว่า กฎฮับเบิล-เลอแมทร์ (Hubble-Lemaitre's law)
เขียนเป็นสมการ คือ
จะได้ว่า
vαD
v = ค่าคงตัว x D
v = H. D
v คือ ความรวดเร็วในการเคลื่อนที่ออกจากผู้สังเกตของกาแล็กซี่ หน่วย กิโลเมตรต่อวินาที (km s')
D คือ ระยะทางของกาแล็กซี่จากผู้สังเกต หน่วย เมกะพาร์เซก (Mpc)
H, คือ ค่าคงตัวฮับเบิล (Hubble constant)
หน่วย กิโลเมตรต่อวินาทีต่อเมกะพาร์เซก (km s' Mpc')
โดยปัจจุบันค่าคงตัวฮับเบิล เท่ากับ 73+12 km s Mpc
พาร์เซก (parsec ; pc) คือหน่วยวัดระยะทางทางดาราศาสตร์โดยที่ 1 พาร์เซก = 3.26 ปีแสง (ly)
ไมโครเวฟขึ้นหลังจากอวกาศ
=
- พ.ศ.2491 รัลฟ์ อัลเฟอร์ (Ralph Alpher) และ รอเบิร์ต เมอร์แมน (Robert Merman) ได้พยายามคำนวณหา อุณหภูมิพื้นหลังของ
เอกภพ พบว่าควรจะมีค่าประมาณ 5 เคลวิน
- พ.ศ. 2508 อาร์โน เบนเซียส (Arno Penzies) และ รอเบิร์ต วิลสัน (Robert Wilson ) ได้ตรวจพบไมโครเวฟที่มาจากอวกาศเป็น
ครั้งแรกด้วยความบังเอิญ และเมื่อได้เปรียบเทียบผลจากแบบจำลองตามทฤษฎีบิกแบงของรอเบิร์ต ติก (Robert Dicke) จึงทำให้รู้ว่าได้
ค้นพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เหลือจากการขยายตัวของเอกภพในช่วงคลื่นไมโครเวฟ ซึ่งตรงกับการแผ่รังสีของวัตถุดำที่อุณหภูมิประมาณ
2.73 เคลวิน
- พ.ศ.2532 นักวิทยาศาสตร์ได้ส่งดาวเทียมสำรวจชื่อว่า โคบี (Cosmic Background Explorer ; COBE) เพื่อตรวจสอบและยืนยัน
การพบไมโครเวฟขึ้นหลังอวกาศ
News