Undergraduate
ชีววิทยา

สรุปจุลชีววิทยา

78

1606

0

Don't wait, read now🌿🐣

Don't wait, read now🌿🐣

(แบบย่อ เนื้อหาไม่ละเอียดมากนัก)
บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานทางจุลชีววิทยาและปรสิตวิทยา(จุลินทรีย์อย่างเดียว)
บทที่ 2 การจัดหมวดหมู่ของเชื้อจุลชีพรูปร่างลักษณะ และคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะของจุลินทรีย์

PromotionBanner

コメント

コメントはまだありません。

ノートテキスト

ページ1:

บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานทางจุลชีววิทยาและปรสิตวิทยา
ความเป็นมาของวิชาจุลชีววิทยา
จุลชีววิทยา (microbiology) :เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับจุลินทรีย์ในด้านรูปร่างโครงสร้างการสืบพันธุ์
สรีรวิทยา การจำแนก การแพร่กระจาย ในธรรมชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างจุลินทรีย์กับสิ่งมีชีวิตอื่น การ
เปลี่ยนแปลงทางเคมีและกายภาพในสภาพแวดล้อมที่จุลินทรีย์เจริญ
การศึกษาจุลินทรีย์แบ่งเป็นด้านต่างๆ ดังนี้
1.ไวรอลโลจี Virology (วิสาวิทยา) ศึกษาเกี่ยวกับไวรัส ไวรอยด์ พรออน
2.แบคเทียรีออลโลจี Bacteriology (แบคทีเรียวิทยา) ศึกษาเกี่ยวกับ แบคทีเรีย
3.ไมคอลโลจี Mycology (ราวิทยา) ศึกษาเกี่ยวกับฟังไจ (Fungi)
4.ไซโคโลจี Phycology (สาหร่ายวิทยา) ศึกษาเกี่ยวกับ สาหร่าย
5.โปรโตซัวโลจี Protozoology (โปรโตซัววิทยา) ศึกษาเกี่ยวกับ โปรโตซัว
ประเภทของจุลินทรีย์
1.Bacteria
2.Virus
3.Mold
4.Protozoa
• ความหมายของจุลินทรีย์
ประเภทของจุลินทรีย์
แบคทีเรีย
Bacteria ไวรัส
Virus
Mold
1930
โ
โปรโตซัว ส
Protozoa
• จุลินทรีย์
-อุบัติสิ่งแรกในโลก
Micro=เล็ก
Bio=bios=ชีวิต
Logos=วิชา
-คุณสมบัติ ความสามารถต่างกัน
-กระจายอยู่ทุกที่ รวมทั้งในร่างกายคน
-500,000ชนิด
-มีทั้งคุณและโทษ
จุลินทรีย์ มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น จนกว่าจะมีการรวมกลุ่มกัน อยู่ทุกสภาพแวดล้อมรวมถึงที่สิ่งมีชีวิตอื่นไม่สามารถอยู่ได้
จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์(Beneficial microorganism)เช่นผู้ย่อยสลาย เพิ่มสารอาหาร แร่ธาตุให้กับดิน
กลับกันบางชนิดฉวยโอกาส(opportunists) พบในร่างกายปกติ ก่อโรคถ้าสถานที่ เวลา เหมาะสม มีบางชนิดที่เป็นจุลินทรีย์ เกล็ดความรู้
ก่อโรค(Pathogens)
ระดับCD4 กับความเสี่ยงต่อภพเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสที่พบบ่อย
ะดับ CD4> 200
เชื้อราในช่องปาก (Oral candidiasis)
2nn (Herpes zoster)
ผืนดินกลบเอง (PPE)
ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาส
CD4<100 cells
คบ CD4< 200
วัณโรค (Tuberculosis)
ปอดอักเสบ (PCP
เชื้อรา เยื่อหุ้มสมอง (Cryptococcal)
ในสมอง (Toxoplasmosis)
มีโอกาสเป็นได้ทุกโรค
ยกเว้น วันโรค” สามารถเป็นได้ทุกระดับ CD4
2 ไวนอยด์ (viroid)
-Circular RNA
-ไม่มีเอนไซม์
-ทั้งหมดก่อนโรค ในพืช
-ไม่มีโปรตีนห่อหุ้มสารพันธุกรรม
1 ไวรัส (virus)
-อนุภาคเล็กมาก เห็นได้โดยใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนเท่านั้น
-ไม่มีองค์ประกอบของเซลล์ แต่มีเอนไซม์ในเมแทบอลิซึม
-มีDNA หรือ RNA ห่อหุ้มสารพันธุกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง
-เพิ่มจํานวนได้เฉพาะ เซลล์ที่มีชีวิตเท่านั้น
-มีขนากเล็กที่สุด
โครงสร้างประกอบด้วยกรดนิวคลิอิก ชนิดRNA เป็นวงหวนสายเดี่ยว ไม่มีหรือมี
โปรตีนเล็กน้อยน้ำหนักต่ำเป็นสิ่งก่อโรคที่มีขนาดเล็กที่สุด ก่อโรคในพืชกลไกในการ
ก่อไม่ชัดเจน คาดว่าไวรอยด์เป็นตัวขัดขวาง กระบวนการควบคุมยืนของเซลล์เจ้าบ้าน
พริออน(Prion) 3
-มีโปรตีนอย่างเดียว
-มีความทนทาน ทนความร้อนสูง อุณหภูมิ90องศา
เซลเซียส ทําลายไวรัสได้
-ไม่ถูกย่อย เอนไซม์ที่ย่อยDNA และ RNA ได้
-โรคที่เกิดจากพริออนในคน Kd,DJDในแกะ วัว
BSE,scrapieo โรคที่เกิดพริออนส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม
TSEs ที่มีผลต่อสมองระบบประสาทเนื่องจากพบได้ทั่วไปที่
ผิวเซลล์ หากพริออน เหนี่ยวน่าจะกลายเป็นโครงสร้างผิด
ปกติสามารถตรวจสอบด้วยNMR
-สามารถอยู่ในฟอร์มาลิน ได้นานถึง2ปี
-ทนต่อUV
แบคทีเรีย 5
4
โปรโตซัว (Protozoa)
1956 นายแพทย์เดเนียล
คาร์ลตันกายดาเช็คชาวฮังการี
โรคประหลาด นามว่า ฟอร์บน
เกาะปาปัวนิวกินี นาสมองคน
ตายมาให้กินลูกให้หลานกิน
สังเกตว่า เกิดอาการสมอง
เสื่อมอ่อนแรงจนเดินไม่ได้และ
เสียชีวิต โรคร้ายนี้ชื่อ กูรู
-เป็นพวกยูคาริโอตเซลล์เดียว รูปร่างหลายแบบ กลม รี ยาว
-ไซโตพลาสซึม 2ชั้น คือ Ectoplasm Endoplasm
-เพิ่มจํานวนเซลล์ แบ่งจากหนึ่งเป็นสอง
- ใช้แมลงเป็นพาหะในการแพร่พันธุ์
สามารถมีชีวิตไม่ต้องพึ่งโฮสต์ โปรโตซัว จะเข้าไปอาศัยใน
ทางเดินอาหาร ในเลือดเช่น โรคมาลาเรีย โรคทอกโซพลาส
โมซิส (Toxoplasmosis) ที่จากการติดเชื้อผ่านอุจจาระ
แมว เป็นอันตรายต่อหญิงตั้งครรภ์
สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็ก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รูปร่าง
ลักษณะแตกต่างกันแต่ละชนิด บางชนิดมีหาง, ติ่ง บางชนิดไม่ต้องพึ่งพา
อาศัยสิ่งมีชีวิตอื่นๆ บางชนิดอยู่ในรูปแบบปรสิต
-พวกprokaryote มีDNA แบ่งตัวแบบทวีคูณ ทำให้เกิดโรคมีอยู่น้อย
รา (Fungi) 6
-ยูคาริโอต ไม่มีคลอโรฟิลล์
-เชลล์เดียว เช่น ยีสต์
-หลายเซลล์ เช่น ราเส้นสาย เห็ด
-สืบพันธุ์โดย แตกหน่อ สร้างสปอร์
-องค์ประกอบสําคัญ “ไฮฟา
Acanthamoeba
พบได้ในน้ำ ดิน มันไม่ต้องอาศัยสัตว์อื่น
เป็นสาเหตุเกิดโรคในคน แหล่งที่พบเชื้อ แหล่งน้ำ
ตามธรรมชาติ สระว่ายน้ำที่มีคลอรีนโดยจะพบใน
แท็งก์น้ำ น้ำที่ใช้หล่อเลี้ยงเครื่องปรับอากาศ
7 ริกเกตเซีย (Rickettsia)
อาศัยเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอื่น เติบโต แพร่พันธุ์เนื่องจากไม่
สามารถเก็บรักษาสารที่จำเป็นบางชนิดไว้ในเซลล์ได้ ขนาด
เล็กแบคทีเรีย แต่ใหญ่กว่าไวรัส มีรูปร่างหลาย บางชนิด
เปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ด้วย เพิ่มจำนวนโดยการแบ่งตัว
ONATO

ページ2:

บทที่ 2 การจัดหมวดหมู่ของเชื้อจุลชีพรูปร่างลักษณะ
และคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะของจุลินทรีย์
แบคทีเรีย 5:
-จุลินทรีย์ชนิดหนึ่งต้องใช้กล้องจุลทรรศน์จึงจะเห็น เซลล์เดียว (unicellular) มีผนังเซลล์
แข็ง(rigid) ไม่มีนิวเคลียสที่เห็นได้ชัดเพิ่มจำนวนได้โดยแบ่งตัวตามขวาง(transverse fission)
-สามารถวัดขนาดหน่วยที่ใช้วัด micron มีค่าเท่ากับ1/1,000 มิลลิเมตร
-แบคทีเรียมีขนาดแตกต่างกันไปตั้งแต่0.2-1.5ไมครอน
-แบคทีเรียที่ใหญ่ที่สุด Thiiomargarita namibiensis 750 ไมครอน
-แบคทีเรียที่เล็กที่สุด genus Mycoplasma 0.3 ไมครอน
-โครงสร้างของแบคทีเรีย
โครงสร้างบางอย่างพบในแบคทีเรียทั่วไป บางอย่างพบในบางชนิดเท่านั้น
โครงสร้างที่ผิวเซลล์(Surface structure)
-แฟลกเจลลา (flagella) O
-ฟิมเบรียหรือพิไล (fimbria or pili)
-แคปซูล(capsule) หรือชั้นเมือก slime layer)
โครงสร้างที่ห่อหุ้มเซลล์ (envelope
structure)
-ผนังเซลล์(cell wall)
-เยื่อหุ้มเซลล์ (cell membrane หรือ
cytoplasm membrane)
• โครงสร้างภายในเซลล์
-ไซโตพลาสซึม(cytoplasm)
-ไรโบโซม (ribosome)
-บริเวณโครมาติน(chromatin area) หรือ นิวเคลีออยด์(nucleoid)
-ไซโตพลาสมิกอินคลูชั่น (cytoplasmic inclusions)
-เอนโดสปอร์(endospore)
● Slime layer
ทำหน้าที่ห่อหุ้มเซลล์ ช่วยให้ทนต่อความแห้งแล้งและสารเคมี กำจัด
ได้ด้วยเบสกรดออ่อน ไม่เป็นAntigen ไม่ก่อโรค มีรูปร่างไม่
แน่นอน
●Flagella
-พบในแบคทีเรียเคลื่อนที่เกือบทั้งหมด
-เป็นรยางค์คล้ายขน
-ขนาดเล็ก ต้องย้อม โดยวิธี(basic fuchsia
and tannic acid staining)จึงเห็น
-ช่วยในการเคลื่อนที่ หาอาหาร
• โครงสร้างแบ่ง3ส่วน
-ส่วนที่ติดอยู่กับฐาน (basal body)
-ตะขอ (Hook)
-ส่วนที่เป็นเส้นยาวจากผนัง
เซลล์(Filament)
รูปแบบ ในแฟลกเจลลาของแบคทีเรีย
-แบคทีเรียAtrocious คือแบคทีเรียที่ไม่มีแฟลกเจลลา
-Monotrichous มีแฟลกเจลลาเดียว
-Lophotrichous flagella มีแฟลกเจลลาเป็นกระจุก
-Amphitrichous flagella มีแฟลกเจลลาสามารถเคลื่อนได้หลายทิศทาง
-Peritrichous flagella มีแฟลกเจลลาแบบกระจายรอบๆ
• ผนังเซลล์ (cell wall) เป็นโครงสร้างที่แข็งแรง ทำให้แบคทีเรียรูป
ร่างคงที่ หน้าที่ควบคุมการผ่านเข้าออกของน้ำและสารประกอบ
osmotic pressure ต่างกัน ผนังเซลล์มีantigen ที่ไปกระตุ้น
ร่างกายคนสัตว์Antibody,สังเคราะห์สารต่าๆ แบ่งเซลล์แบบ
ทวิภาค(binary fission) โครงสร้างภายในผนังเซลล์แตกต่างกัน
ทําให้ย้อมสีด้วยวิธีGram ติดสีต่างกัน ทำให้แยกแยะแบคทีเรียได้
ผนังเซลล์เป็นที่เกาะของแฟลกเจลลา เกิดการแบ่งเซลล์และเจริญ
บโต ถ้าไม่มีผนังเซลล์จะไม่มีการแบ่งตัว
+ - Frimbriaeและpili
-ลักษณะเป็นขน
-
-มีจํานวนมากกว่าแต่มีขนาดเล็กกว่าแฟลกเจลลา
-ช่วยให้แบคทีเรียยึดเกาะกับพื้นผิวและถ่ายโอนยีน
-ไม่มีหน้าที่ในการเคลื่อนที่
-พบได้ทั้งแบคทีเรียที่เคลื่อนที่ได้และไม่ได้
-ดูได้ด้วยElectron microscope เท่านั้น
เยื่อหุ้มเซลล์ (Cell Membrane)
O แคปซูล (Copsule)
ขนาดแต่ละชนิดแตกต่างกัน สารที่เป็นองค์ประกอบของแคปซูล
ส่วนใหญ่คือ polysaccharides
-เป็นโครงสร้างGlycocalyx
-ทําให้เกิดโรค
-ทําหน้าที่ช่วยป้องกันผนังเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย
-มีคุณสมบัติเป็นk-antigen
หน้าที่และความสำคัญของแคปซูล
-ป้องกันสิ่งที่จะเป็นอันตรายต่อเซลล์แบคทีเรีย
-ช่วยให้แบคทีเรียเกาะติดกับพื้นผิวใดๆได้ทั้งสภาวะก่อโรค
แวดล้อมทั่วไป เพิ่มศักยภาพในการเจริญ ก่อโรค
-ช่วยให้สารอาหารมารวมอยู่รอบๆเซลล์
-มีคุณสมบัติป้องกันการกลืนกินของเม็ดเลือดขาว (anti-
phagocytosis)
Gram-positive cell wall
ความแตกต่างระหว่างแบคทีเรียแกรมบวกและแบคทีเรียแกรมลบ
น้อยกว่า
ความซับซ้อน
ของผนังเซล
มากกว่า
(ประมาณ 28-30 มีไมโครเมตร)
รองผนังเซลล์
(ประมาณ 15-20 มีไมโครเมตร)
มีความทนทานต่ำ
มีความทนทานสูง
ติดสีม่วง
ความทนทาน
ต่อความร้อน
การฉายรัง
และแรงดัน
ของคริสตัลไวโอเลต การย้อมติดสี
(crystal violet)
Lactobacillus sp.
แลคโตบาซิลลัน
แบคทีเรียที่ใช้ทำโยเกิร์ต
เป็นเยื่อบางๆ ส่วนประกอบสำคัญคือฟอสโฟไลปิด และ
โปรตีน ควบคุมการผ่านเข้าออกของสารต่างๆ เยื่อหุ้ม
เซลล์ส่วนที่ยื่นเข้าไปในส่วนของเซลล์Cytoplasm)เรียก
ว่า mesosome ทำหน้าที่สะสมน้ำย่อย (enzyme)และ
สารต่างๆที่จําเป็นของเชลล์
●Ribosome
-ลักษณะเป็นเม็ดเล็กกระจายอยู่ในไซโทพลาสซึม
-ไม่มีเยื่อหุ้ม
-หน้าที่สังเคราะห์โปรตีนเพื่อส่งออกนอกเซลล์
ตัวอย่าง
ดหีแดง
ของซาฟรานิน
(safranin)
Escherichia coli
หรือ อีโคไล (E. coli
แบคทีเรียที่พบในลำไส้
- ของสัตว์เมื่อดอุ่น
Gram-negative cell wall
เอนโดสปอร์
เป็นโครงสร้างที่เหนียว ทนทาน ไม่สืบพันธุ์ ผลิต
โดยแบคทีเรียแกรมบวก ทนทานต่อความรู้ รังสียู
วี รังสีแกรมม่า
แบคทีเรียที่สร้างเอนโดสปอร์ ก่อโรคใน
ธรรมชาติ เช่นClostridium
botulinum,Bacillus anthracis และ
Clostridium tetani
ONAT
News