Undergraduate
แพทยศาสตร์
การสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด (Therapeutic Relationships)
4
222
0
เนื้อหา
1.ความหมาย
2.ประเภทของสัมพันธภาพ
3.ลักษณะ/ความแตกต่างจากสัมพันธภาพเชิงสังคม
4.จุดหมาย/ผลลัพธ์
5.องค์ประกอบสำคัญของเทคนิคเพื่อการสื่อสารเพื่อการบำบัด
6.ขั้นตอนของสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด
7.เทคนิคการสื่อสารเพื่อการบำบัด
ノートテキスト
ページ1:
ความหมาย สัมพันธภาพเพื่อการบำบัดเป็นสัมพันธภาพ ระหว่างพยาบาลกับผู้ใช้บริการ โดยมีจุด ประสงค์เพื่อบำบัดผู้ใช้บริการให้มีประสบกา รณ์ประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ดี มีพฤติกรรม ที่เหมาะสม สามารถดำรงตนในสังคมเดิมได้ เป็นสัมพันธภาพทางวิชาชีพของพยาบาล จิตเวชที่เจาะจงสร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้มี ปัญหาทางจิตเวช ประเภทของสัมพันธภาพ (เปรียบเทียบกับประเภทอื่น) 1.สัมพันธภาพทางสังคม (Social Relationships): เกิดขึ้นตาม ครรลองชีวิตเพื่อตอบสนองความต้องการในการอยู่ร่วมกันอย่าง สันติ 2.สัมพันธภาพทางวิชาชีพ (Professional Relationships): สัมพันธภาพระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพกับผู้รับบริการ โดยผู้ให้ บริการอาศัยความรู้ ความสามารถและทักษะ 3.สัมพันธภาพแบบส่วนตัว (Personal Relationships): เกิด ขึ้นตามธรรมชาติระหว่างบุคคล อาจมีกฎเกณฑ์ที่ไม่เป็นทางการ 4.สัมพันธภาพเพื่อการบำบัด (Therapeutic Relationships): เป็นสัมพันธภาพทางวิชาชีพที่มีการตั้งวัตถุประสงค์และมีขั้นตอนที่ ชัดเจน มีการเริ่มต้นและสิ้นสุดที่สมบูรณ์ ลักษณะความแตกต่างจากสัมพันธภาพเชิงฝังคม สัมพันธภาพเพื่อการบำบัด มีจุดมุ่งหมายเพื่อการช่วยเหลือ มีเหตุผลเป็นพื้นฐานในความสัมพันธ์ มีกระบวนการในการดำเนินสัมพันธภาพอย่างมีขั้นตอน มีการ สัมพันธภาพเชิงสังคม ไม่มีจุดมุ่งหมายเฉพาะในการช่วยเหลือ เป็นความพอใจทั้งสองฝ่าย วางแผน ใช้ความรู้ ความชำนาญ การสิ้นสุดเป็นไปตามแผนและกระบวนการสร้างสัมพันธภาพ ไม่จำเป็นต้องมีการวางแผนและขั้นตอน ไม่มีแบบแผน สิ้นสุดตามความพอใจของกันและกัน
ページ2:
จากช่างฝันพันธภาพเพื่อการบำบัด จุดหมาย สำเร็จคือการบำบัดผู้ใช้บริการ และนำไปสู่ผลลัพธ์ดังนี้ : • • เกิดการเรียนรู้ ได้ทดสอบพฤติกรรมใหม่เพื่อนำไป ปฏิบัติ การยอมรับตนเอง การประจักษ์ในคุณค่าของตนเอง การเพิ่มการนับถือตนเอง และแสวงหาความหมาย ของการดำรงชีวิตอยู สามารถมองเห็นปัญหาของตนเอง ยอมรับที่จะแก้ไข ปัญหาด้วยตนเอง หาทางแก้ปัญหาได้ และสามารถ จัดการกับปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ด้วยตนเอง มีความสามารถในการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคล ติดต่อสื่อสารกับบุคคฉ นได เกิดทักษะในการเข้าสังคม อง ประกอบเนํ้าคัญของเทคนิคจาย อย่าง เพิ่มจ า ว สถานที่ที่ใช้พบผู้ใช้บริการ (Setting): มีความเป็นสัดส่วนและเงียบสงบ ระยะเวลาในการพบผู้ใช้บริการ (Time): การพบปะแต่ละครั้งต้องใช้เวลา นานถึง 30-60 นาที ระยะห่างระหว่างบุคคล (Personal space): ขอบเขตประมาณ 2-3 ฟุต การจัดท่านั่งในขณะที่สนทนากับผู้ใช้บริการ (Setting arrangement): หลายท่านั่ง (ท่านั่งที่ 1, 2, 3) อนุสรณ์
ページ3:
ชั้นวอนของเมือเห็นสภาพเพื่องาชาป่า อ (4 ขั้นตอน) 1.ขั้นเตรียมการ (Pre-interacting, phase): การเลือกผู้ใช้บริการ การประเมินความ คิด/ความรู้สึกของพยาบาล การวิเคราะห์ความถนัด/ข้อจำกัดในวิชาชีพ การรวบรวมข้อมูล และการกำหนดเป้าหมายทั่วไป 2.ขั้นเริ่มต้นการสร้างสัมพันธภาพ/ปฏิสัมพันธ์ (Initial or Orientation Phase): การ พบกันครั้งแรก การทำความรู้จักกัน การทำความตกลงในจุดประสงค์ การกำหนดข้อตกลง (Compact) การสร้างความไว้วางใจและการยอมรับนับถือ การประเมินความคิด ความรู้สึก/ การกระทำของผู้ป่วย การแยกแยะปัญหา และการทำความเข้าใจร่วมกันในเป้าหมาย/วิธีการ รักษา (Therapeutic contract) 3.ขั้นดำเนินการแก้ไขปัญหา (Working Phase): มุ่งช่วยผู้ป่วยให้แก้ไขปัญหา ประกอบด้วยการค้นหาสาเหตุของปัญหา การช่วยพัฒนาความเข้าใจตนเองและการหา ทางออกในการแก้ปัญหา และการจัดการกับพฤติกรรมต่อต้านของผู้ป่วย 4.ขั้นสิ้นสุดการสร้างสัมพันธภาพ (Terminating Phase): สิ้นสุดเมื่อผู้ป่วยสามารถดูแล ตนเองและมีส่วนร่วมในสังคมมากขึ้น หรือเมื่อผู้ป่วยได้รับจำหน่าย 35ประกอบด้วยการสร้าง ความรู้สึกให้ยอมรับความจริงในการพรากจาก การประเมินผลความก้าวหน้าและความสำเร็จ และการประเมินความรู้สึก/พฤติกรรมที่เป็นปัญหาจากการพรากจากกัน
ページ4:
เทคนิคการสื่อสารเพื่อการทํามือ (Therapeutic technique of communication) กลุ่มเทคนิค 1. ส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการรู้สึกว่า ตนเองมีคุณค่า 2. กระตุ้นผู้ใช้บริการให้เป็น ฝ่ายน่าการสนทนา 3. กระตุ้นผู้ใช้บริการให้พูด ระบายความคิดและความรู้สึก 4. ส่งเสริมให้ทั้งสองฝ่ายเกิด ความเข้าใจตรงกัน 5. กระตุ้นให้ผู้ใช้บริการคิดและ ไตร่ตรองเรื่องราวของเขาใหม่ เทคนิค (พร้อม ตัวอย่าง) Giving recognition: แสดงว่าพยาบาลรู้จักและเห็นความสำคัญของผู้ใช้บริการ เช่น "ทรงผมใหม่ของคุณทําให้คุณดูสดใสมากขึ้น" Giving information: การให้ข่าวสาร/ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง เช่น "ที่ตึกเรา เจ้าหน้าที่ทั้งหมด 10 คน" Offering self: การเสนอตัวเพื่อรับฟังปัญหา หรืออยู่เป็นเพื่อน เช่น "ดิฉันจะนั่งเป็น เพื่อนคุณสักครู่" หรือ "ดิฉันยินดีรับฟังเรื่องราวของคุณ" Using broad opening statement: ใช้คำกล่าวกว้างๆ เพื่อให้ผู้ใช้บริการเลือก หัวข้อ เช่น "คุณกำลังคิดอะไรอยู่คะ?" Using general lead: ใช้ค่ากล่าวนำทั่วๆ ไป เพื่อกระตุ้นให้พูดต่อ เช่น "ค่ะ" หรือ "แล้วอย่างไรต่อไปคะ" Reflection: การสะท้อนความรู้สึกของผู้ป่วย ณ ขณะนั้น เช่น ผู้ป่วยบอก "คนทีนี่ไม่ สนใจผม" พยาบาลกล่าว "คุณรู้สึกน้อยใจที่คนที่นี่ไม่สนใจคุณ" Accepting: การยอมรับผู้ใช้บริการและสิ่งที่ผู้ใช้บริการพูดโดยการพยักหน้า หรือฟัง เฉย ๆ โดยไม่ได้แย้ง Sharing observation: การบอกกล่าวถึงสิ่งที่พยาบาลสังเกตเห็นในตัวผู้ใช้บริการ เช่น "ดูท่าทางคุณโกรธ เมื่อคุณพูดถึงพ่อคุณ" Using silence: การใช้ความเงียบที่มีความหมายและถูกจังหวะเพื่อกระตุ้นให้ ผู้ใช้บริการพูดระบายความคิดและความรู้สึก Clarifying: การขอความกระจ่างในคำพูดที่ไม่ชัดเจน เช่น "คุณช่วยอธิบาย ความหมายของคำว่า..." Validating: การตรวจสอบว่าความเข้าใจของพยาบาลนั้นตรงกับความต้องการและ/ หรือความรู้สึกของผู้ใช้บริการหรือไม่ เช่น "คุณคงสบายใจขึ้นหลังจากได้เล่าเรื่องต่างๆ เหล่านี้" Focusing: การนำผู้ใช้บริการให้รวมจุดสนใจอยู่ที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งในกรณีที่ ผู้ใช้บริการพูดหลายเรื่อง Exploring: การสอบถามให้ได้ข้อมูลมากขึ้นกระจ่างขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการได้คิด และไตร่ตรองเรื่องราวของเขาใหม่ Voicing doubt: การแสดงความสงสัยในสิ่งที่ผู้ใช้บริการเล่า (ต้องใช้ความ ระมัดระวัง) เช่น "มันไม่น่าจะเป็นไปได้นะที่ทุกคนจะเกลียดคุณหมด" Summarizing: การกล่าวสรุปข้อความเมื่อผู้ใช้บริการพูดจบ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้ยิน สิ่งที่ตนเล่ามาทั้งหมดอีกครั้ง Restating: การพูดทวนประโยคของผู้ใช้บริการทั้งประโยค เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้ ตรวจสอบความคิดของตนเอง
このノートに関連する質問
News
コメント
コメントはまだありません。