ノートテキスト
ページ1:
สรูป คะนิด
พีชคณิตของฟังก์ชัน
กำหนดให้ f, g เป็นฟังก์ชัน แล้ว
1. (f ± g)(x) = f(x) ± g(x)
2. (f・ g)(x) = f(x)・ g(x)
ก่อนการ บวก/ลบ/คูณ หาร อย่าลืม ต้อง Cheak !!
Dfn Dg
คือ ตัวหน้าซ้ำกัน นำตัวหลัง + − x + (ตัวหน้าไม่ต้องทำนะ)
{(1, 3), (3, 3), (5, 9), (7, 18),}
g = {(2, 4), (3, 6), (4, 3), (5, 10), (6, 12)}
กำหนดให้ : F =
3.
((x) - F(x) เมื่อ g(x) + 0
___
=
(f + g) = {(3, 3+6), (5, 9+10)}
= {(3, 9), (5, 19)}
(・・ g) = {(3, 3×6), (5, 9x10)}
= {(3, 18), (5, 90)}
ฟังก์ชันประกอบ (Function composition)
คือ ฟังก์ชันซ้อนฟังก์ชัน เช่น gof, fog
กำหนดให้ : f = {(1, 3), (3, 3), (5, 9), (7, 10),}
=
g = {(2, 4), (3, 6), (4, 3), (6, 12), (10, 5)}
=
gof(x) = g[f(x)]
f
g
2
4
1
5
3
4
S6
5
6
8
7
10
12
12
Df
Rf
Rg
1. การ gof(x) ต้องเรียง 6 ก่อน 9
2. Cheak! Ren Dg
3. ดังนั้น gof(x) = {(1, 6), (7, 5)}
ページ2:
จรูป คะนัด
ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน
ผลคูณคาร์ทีเซียน : AxB
คือ เซตของคู่อันดับทั้งหมด
ความสัมพันธ์ : 1
คือ สับเซตของผลคูณคาร์ทีเซียน
: r
1
(1, X),
(1, X), (1, Y),
2 ☑
(2, x), (2, Y),
(1, Y)
(3, X), (3, Y)
3
ตัวหนา = Domain
ตัวหลัง= Range
เซต A
เซต B
AXB
เชตของสมาชิก
เชตของสมาชิก
{(a,b) | az AA b£B}
ตัวหน้า = {1}
ตัวหลัง = {X, Y}
ไม่เป็นฟังก์ชัน
เพราะตัวหน้าช้า
- ตัวหน้าห้ามช้าเด็ดขาด
ตัวหลังช้าได้
ฟังก์ชัน (function) คือ ความสัมพันธ์ที่ 2 คู่อันดับใดๆ ถ้ามีสมาชิกตัวหน้าเหมือนกัน สมาชิกตัวหลังต้องเหมือนกันด้วย
การพิจารณาฟังก์ชันจากการมองกราฟ
ลากเส้นตรงแนวตั้ง ขนานกับแกน y
เส้นตรงลากตัดกราฟ
1) จุดเดียว เป็นฟังก์ชัน
- - - - -
y = x?
ลากเส้นตัดกราฟ
X =
ได้ 1 จุด
ลากเส้นตัดกราฟ
ได้ 2 จุด
ไม่เป็นสน
2) มากกว่า 1 จุด ไม่เป็นฟังก์ชัน
การทดสอบฟังก์ชัน 1-1
ลากเส้นตรงแนวดิ่ง บนานกับแกน X
เส้นตรงลากตัดกราฟ
1) จุดเดียว เป็นฟังก์ชัน 1-1
2) มากกว่า 1 จุด ไม่เป็น
ฟังก์ชัน 1-1
ลากเส้นตัดกราฟได้
ลากเส้น กราฟได้
2 จุด
ไม่เป็นฟังก์ชัน 1-2
เป็นนิชชัน 12-1
ページ3:
[1] จรูป” คะนิด Co การ Dot และ R gof เมื่อฟังก์ชันอยู่ในรูปสมการ 1. กำหนดให้ : f(x) 1 และ g(x) = /4 − x? วิธีที่ 1 ความเข้าใจนิยาม จงหาโดเมนของ gof(x) จงหาเรนจ์ของ gof(x) STEP 1 หา D, = (-1, 1), R = (1, 2) STEP 1 หา D, = (-1, 1), R = (1, 2) หา R = [0, 2], D, = [-2, 2] STEP 2 Cheak! Rn Dg หาตัวเชื่อมนั้นเอง นั้น คือ [1,2] โดยมองตัวเชื่อมเป็นตัวหลังของ F (ค่า 9) STEP 3 หา D gof 1 < y < 2 1 √1-x2 .C 2 (แก้อสมการ) Dgof 2. -√ √3 < x < 3 (ถ้าเกิน Dr ให้นำไปอินเตอร์ 2 2 เชกจะได้คําตอบ) วิธีที่ 2 วิธีลัด จงหาโดเมนของ go f(x) STEP 2 STEP 3 หา R = [0, 2], D = [-2, 2] Cheak! R₂n Dg หาตัวเชื่อมนั้นเอง นั้น คือ [1,2] MR. า R gof Rgof = โดยมองตัวเชื่อมเป็นตัวหน้าของ 9 (ค่า x) 1 ≤ x ≤ 2 (จัด x ให้เหมือน 9 ของ 3) 1 < x^< 4 - 1 ≥-x?> -4 4-1 > 4-x? > −4 + 4 0 < √4 − x? <√/3_ 0 < y < 3 1 STEP 1 หา g[f(x)] STEP 3 D n Dgof = Dgof STEP 2 หา DF และ Dgof = D, = (−1, 1) Der - -∞, -10 [55]u (1) Dgof= + - 1
ページ4:
คะนัด L]: : รูป ดะ ด ฟังก์ชันอินเวิร์ส (Function inverse) 1. ตัวผกผัน (ความสัมพันธ์ที่สลับคู่อันดับ (x, y) เป็น (y, x)) 2. ตัวผกผันที่จะเป็น “ฟังก์ชันผกผัน” ได้ จะต้องมีฟังก์ชันปกติเป็นฟังก์ชัน 1-1 เท่านั้น! 3. สัญลักษณ์ฟังก์ชันอินเวิร์ส คือ ฟังก์ชั่นปกติ : y = f(x) ฟังก์ชันอินเวิร์ส : F (9) = x x =√g f(x) = y = x? ; x ≥ 0 y=√x f(x) =J/x แกนสมมาตร คือ เส้นตรง - x: (เส้นตรงที่ผ่าน จุดกําเนิดและแบ่งครึ่งมุมฉาก) การหา f (x) มี 2 วิธี คือ 1) วิธีตรง 2) วิธีใช้นิยาม กำหนดให้ f(x) = (x – 2) - 7 จงหา f (x) STEP 1 : วิธีตรงให้เปลี่ยน x เป็น 3 และ y เป็น x STEP 2 : y = (x-2)²-7 x = (y-2)²-7 จัดรูปสมการให้อยู่ในเทอม y = x x = (y-2)²-7 x+7= (y-2)² √x+7= |(y-2) 9 = \x + 7 + 2 ; x > - 7 สมบัติของฟังก์ชันอินเวิร์ส 1. f (y) = f(f(x)) = x 4. กราฟของ 11 จะสมมาตรกับ STEP 3 : y (ใหม่) = f (x) กราฟ · โดยมีแกนสมมาตร 2. (gof) = f 1 og 1 คือ y = X STEP 1 : วิธีใช้นิยาม F(D) = A 3. D1 = R และ R15 Dr ☐ = f¹(A) STEP 2 : เปลี่ยน f’(A) เป็น f(x)
ページ5:
เลขยกกำาลัง สมบัติของเลขยกกำาลัง สรุป คะนัด ฟังก์ชันเอกโปเนนเชียลและฟังก์ชันลอการิทึม 1. 2. m a • a a k (((2))) = 3. a. b C m = _m + n - k a = a = m (m)(n)(k) a.b C m 4. 5. 8 F = 1 1 a a ≠ 0 ตัวอย่าง 1 : จงเขียนให้อยู่ในรูปอย่างง่ายและเลขชี้กำลังเป็นบวก 5. 55-am (m-5) 5. 57 53+5-2m (m-5) = 5-7 58-2m (m-5) 5-7 (m-5) 58-2m-(m-7) (m-5) 515-3m 6. a = a" เศษ เปลี่ยนเป็น เลขชี้กำลัง = 5-3(m-5) 5 กราฟของเลขยกกำลัง (expo) a > 1 ส่วน เปลี่ยนเป็น ดีกรีของ (0,1) My ฟังก์ชันเพิ่ม ตัวอยาง 2 : y = 2* 0 > q > 1 A9 ฟังก์ชันลด (0,1) ฐานของเลขยกกำลัง (a) + 1 กราฟตุ๊ดแกน y ที่จุด (0,1) เสมอ และไม่ติดกับแกน x โดเมน (D ) = R เรนจ์ (R ) = Rt = y y = (sim30) = y = = (0.75) * (23)* → ฟังก์ชันเพิ่ม +> ฟังก์ชันลด ฟังก์ชันลด - ฟังก์ชันเพิ่ม -3(1-5)x (1-5) 1 = 125
ページ6:
แบบที่ 2 lyl = a* 37209 lyl = a* ปลดค่าสัมบูรณ์ a = y ; x>0 a = −y ; x < 0 lyl = a x ปลดค่าสัมบูรณ์ ax= y ax = -y ; x < 0 * + แกน X เป็นเส้นสะท้อน แกน X เป็นเส้นสะท้อน ✗ 2³×25
ページ7:
กรณีที่ 3 ค่าสมบูรณ์ของ exponential : I(expo) มี 3 แบบ คือ y = a lxl ค่าสัมบูรณ์ที่ตัวแปร x lyl = 0 ค่าสัมบูรณ์ที่ตัวแปร 3 ค่าสัมบูรณ์ที่ตัวแปร = a lxl X, 9 y = a" แบบที่ 1 y = a lxl log x² Siho lxl ปลดค่าสัมบูรณ์ y = a^ ; x > 0 y = a^ ; x < 0 y = a -x! ปลดค่าสัมบูรณ์ = y = (4) ; × ≥ 0 y = (1): x < 0 1 ช่วงติดลบเปลี่ยน เป็น Fas My ช่วงติดลบเปลี่ยน เป็น เพิ่ม My กราฟคล้ายพาราโบลา กราฟเนินเท X
ページ8:
lion ex 3-729 2×25 5. กราฟประยุกต์ exponential โดยการย้ายแกน กรณีที่ 1 y = ax y-k = a(x-h) กรณีที่ กราฟเหมือนกัน ย้ายแกน xy จากจุด (0, 0) ไปจุด (h, k) 9 = 2^−3 + 2 y=2x (3,2) (0,17) y (0,0) ย้ายแกน XY X 2 y ax y = -ax y-k (0,0) 9 = 2x (0,17) หาจุดตัดแกน y ให้ x : x = 0 y = 20−3 + 2 y = 3 + 2 y = 17 = y a(x-h) y=2x ยายแกน XY 7 (3,2) (4,0) 4 = 2x-3 X-3 +2 y = -2 +2 (0,0) X y = -2x หาจุดตัดแกน x ให้ y = 0 0=-2 +2 2x-3= 2 2* = 24 x = 4
ページ9:
เลขยกกําลัง y>o log x² Siho n เลขชี้กำลังเป็น จํานวนจริง R Exponential VS Logarithm y = an log a 9 = n q > 0 และ d ≠ 1 1. กราฟ expo เป็นฟังก์ชัน 1-1 จากจำนวนจริง (R) ไป จำนวนจริงบวก (R) 1-1 fexbo : R R* onto โดเมน : คา × เรนจ : คา 3 2. กราฟ expo ไม่ติดแกน x ตัดแกน y ที่จุด (0, 1) เสมอ 3. กราฟ expo มี 2 ประเภท คือ y I (0, 1) (0, 1) กราฟ ฟังก์ชันลด (0 < a < 1) กราฟ ฟังก์ชันเพิ่ม (a > 1) 4. เปรียบเทียบกราฟประเภทเดียวกัน X ม y = a กำหนดให้ y y = ax y = ax | = a (0, 1) X (0, 1) กราฟฟังก์ชันลด 4 ยิ่งมาก กราฟยิ่งห่างแกน y กราฟฟังก์ชันเพิ่ม 4 ยิ่งมาก กราฟยิ่งใกล้แกน y
ページ10:
การแก้สมการเลขยกกำลัง สรุป คะนิด กลาง 1. a m = a : ทำฐานให้เท่ากัน แล้ว m = n ตัวอย่าง 3 : 4y 2 2. a" = 6 : ทำเลขชี้กำลังให้เท่ากัน แล้ว a = b 3. สมการเลขยกกำลังมี 3 พจน์ : ให้พจน์กลางเป็นตัวแปร 2. (2) 2(y-3) y-3 • 4 = 8 = y+1 (2) 3(y+1) 2 4y+2y-6 = 2 (3") พจนกลาง 3 + 5·3'' + 6 → + A² + 5A + 6 by- - 6 = 3y+ 3 3y+3 3y = 9 y = 3 ตัวอย่าง 4 : 7x(x-1)= 8 x(x-1) ถ้าเลขชี้กำลังเท่ากัน แต่ฐานไม่เท่ากัน เลข = 0 x(x - 1) = 0 = x = 0, 1 ตัวอย่าง 5 : 6-3 - 136* + 6+2 = 0 6A2-13AB + 6B² = 0 (3A - 2B)(2A - 3b) = 0 ส่องตัวอย่างการแก้ สมการเลขยกกำาลัง กรณี 6 = = 3 เลน หลัง Boo x = -1 AB = 23 กรณี 8 = 2 B 32 x = 1
ページ11:
L] : จรูป คะนัด Cor
เรขาคณิตวิเคราะห์
NOTE
(x2, y2)
X1 X1 X3 X4 • • • Xn
การหาพื้นที่หลายเหลี่ยม
พื้นที่ 1
(x3, 93)
(x1, 91)
(x6, 9.)
NOTE
=
2
91 92 93 94
1
(X4, 94)
=
= 2 คูณลง – คูณขึ้น!
.
(x5, 95)
เวลาเขียน x, y ให้เขียน “เรียงตามเข็มนาฬิกาให้
ครบรอบ” ห้ามเขียนข้ามจุดกันเด็ดทด
สมการเส้นตรง : Ax + By + C = 0
{ทั่วไป
P₂ (X2 Y2)
y = (A) x + (-6)
m
P, (x1, y1)
จุดกึ่งกลาง
(x,y)
3
Pium (Xum) Jum)
สมการเส้นตรง : y = mx + c
{มาตรฐาน}
C = -
m =
=
จุดตัดแกน 9
-Ą
=
ความมั่น
=
ห็นอด
หาค่าไม่ได้
92 91 ไม่ทัน (แนวราบ) -
X2 X 1
ชั้นลด = m < 0
เพิ่ม = m > 0
ไม่ น = m = 0
ราคาไม่ได้
= m = co
จุดระหว่างเส้นตรงที่อัตราส่วนระยะเป็น m : n
nx₁+ mx2
Xm =
ท + m
min
=
ny₁+ my 2
ท + m
x =
m1 = m2
m1' m2 = −1
จุดกึ่งกลาง | ระยะห่างระหว่างจุด P จุด P
×₁ + x2
2
91
y = S + 9%
2
d = (x₁- ×2)²+ (y₁- Y₂)²
ページ12:
3 (a+b) 1 X-J-12 10 FOO √25 π 123 sinx สมบัติของเลขยกกำลัง = a m+n 1. 2. a' m ท = a m-n 3. (ab)” 4. (8) 5. (a) ท = = = a 6. = 1 a.bm a" mx n 1. สมบัติของรากที่ n a = a 2. Nam 3. a² = 4. a b ub n เป็นเลขคี่ = a n เป็นเลขคู่ = |a| 5. รูทซ้อนรูป ตัวอย่าง = ab 17 +2/72 (a+b) + 2/ab = a + b = 7. a -m = - 80 17+ 2/72 = √(9+8)+2√(9)(8) = √9+√8 = 3 + 2/2 สมการติดรูป 1. แก้สมการ ดราด้วยวิธีการยกกำลังสองทั้ง 2 ทั้ง x + 6 + 3 2 x + 6 = x + 6 = = 2X - 2x 2 3)² 4x – 12x + 9 0 = 4x – 13x + 3 0 = (4x x = 3, 2 (√2x² - 7x + 7) ( 2x2 = 2x + y = (4)* 2x − 7x + 7 16 1)(x-3) ตรวจคำตอบทุกครั้ง log นำ x = 1/4 แทนลงในสมการไม่เป็นจริง ถึง น 14 ไม่ใ ค้กตอบ 2. แก้สมการติดรูทด้วยวิธีการเปลี่ยนตัวแปร ตัวอยาง จงหาผลบวกของรากคำตอบของสมการต่อไปนี้ 2x + 3 = 7x + 32x2 2x2 = 7x + 3 + 4 − 4 = 2x2 7x+74 ให้ - 7x+7 32x2 7x+7 = 3 2x2 - 7x + 7 | 2x – 7x + z = A A² - 4 = 3A A2-3A-4=0 (A − 4)(A + 1) = 0 A = 4, X_ (2x − 9)(x + 1) = 0-1 ผลบวกคำตอบ = 4.5 + (−1) = 3.5 # 2x = 7x - 9 = 0 P x = 9/2, −1 -
ページ13:
lion xx
3-729
สรุปการยุบมุมตรีโกณ
sm cos tan
Tri-f (+ 0 ) • < 90 (มุมแหลม)
แกนดิ่ง
แกนราบ
TEST การยุบมุม
sin120
1.
2. cot750
ขั้นตอนการยุบมุม
1. แตกจากแกนอะไร
แนวราบ ตอบฟังก์ชันเดิม
แนวดิ่ง ตอบ Co-function
2. check! Q (ตก Q ไหน)
ดูแกน
ดู +/-
180
3. cos
11 TC
6
4. tan
219TU
4
3. พิจารณาเครื่อง +/- ของ Tri-f” ใน Q ที่ตก
เช่น sm(180+45) ตกใน Q3
sm(TT-30) ตกใน Q2
สําคัญ!
5. cot(45-3π)
=
6. sec(60-10π) =
3. sm
89][
3
8.
cos(23 –๑)
=
S
ALL
T
C
ทองวา “All งาน คอส
เป็น {บวก}
การ check เครื่องหมายของแนวดิ่งให้
check จากฟังก์ นเดิม เท่านั้น!
9. cosec(8-5)
=
10. tan(1080+45) =
2×25
ページ14:
2. ยุบมุมของฟังก์ชันตรีโกณ (แกน Y ± 0 ) log x² การยุบมุม คือ การทำให้มุมขนาดใหญ่ เป็นมุมเล็กๆ โดยใช้วงกลม 1 หน่วย ในการยุบมุม มุม ๏ ต้องเป็นมุมแหลม ( O < 0<0<90) จัดรูปมุมหลังฟังก์ชันตรีโกณมิติให้อยู่ในรูปดังแสดงในตัวอย่าง แกนแนวดิ่ง f"Tri(n± 0) > มุม 8 เป็นมุมแหลม (0 < มุม 6 < 90) 2 ยุบมุมโดยตัด nII ทิ้ง และตอบ n Sino - เครื่องหมายลบหรือบวก ได้จากการ Checkt ค่าตรีโกณมิติเดิมในจตุรภาค ที่มันไปตก อยู่ เช่น cos(150) ตกบน 22 ค่า Cos ติดลบ ดังนั้น Cos 180 - 30) = (-)Cos 30 (-) โคฟังก์ชันตรีโกณมิติ [0] √ sin (เดิม) ←-->cos (Co-function) sec (เดิม)<->csc (Co-function) tan (เดิม)<-->cot (Co-function) การพิจารณาแกน y (ดิ่งบน วิ่งล่าง) มุมนี้อยู่แนวตั้งด้านบนเพราะ ก - 2 (เลขคู่) SIC 2 2TC + 5 : 1 ท เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มคู่ สมบัติของ Co-function ถ้ามุมสองมุมทำมุมรวมกันได้ 90 องศา แล้ว “โคฟังก์ชัน” จะมีค่าเท่ากัน sin(A) = cos(90-A) sec(A) = cosec(90-A) มุมแนวราบ 1TC, 3I, SIL, . เมื่อ n เป็น จํานวนเต็มคี มุมแนวตั้ง น มุมแนวตั้ง TC) เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มคู่ -x มุมแนวราบ 2IC, 4T, 6IC, . . . เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มที่ มุม อยู่แนวตั้งด้านล่างเพราะ 1 - 33 (เลขคี่) tan(A) = cot(90-A) ตัวอยาง : sin 30 = cos 60 = 0.5 tan 10 = cot 80 A + B = 90° 67 TC 33TC + 5 B ทำให้รู้ว่ามุม A และ B อยู่ใน สามเหลี่ยมมุมฉากเดียวกัน
ページ15:
ฟังก์ชันตรีโกณมิติ sinA cosA tanA 30 37 45 5360 ข้าม ☐ ชิต sim (-,+) all (+,+) tan (-,-) cos (+,-) จาก | sinA = = cosA= tanA = 1 tanA - sinA COSA CSCA-1 SinA SecA COSA cotA tanA log x² Sino วงกลม 1 หนวย สมการวงกลม : x + y = 1 r=1 สมการวงกลม : (cose) + (sine) = 1 r=1 x = cose y = sine เอกลักษณ์ตรีโกณ sine + cose = 1 tane + 1= seca 1+ cote = cosece สูตรมุม ดลบ sin(-a) = - sine cos(-a) = cose tan(-a) = - tane หลักการยุบมุมเป็นรูปอย่างง่าย มี 2 วิธี 1. ยุบมุมของฟังก์ชันตรีโกณ (แกน X ± 0 ) n- จํานวนเต็ม การยุบมุม คือ การทำให้มุมขนาดใหญ่ เป็นมุมเล็กๆ โดยใช้วงกลม 1 หน่วย ในการยุบมุม มุม ๏ ต้องเป็นมุมแหลม ( O < ๏ < 90) จัดรูปมุมหลังฟังก์ชันตรีโกณมิติให้อยู่ในรูปดังแสดงในตัวอย่าง f"Tri(nī± 2) n - เป็นจํานวนคู่ (ราบขวา) เป็นจำนวนคี่ (ราบซ้าย) 4 1L, 3L, 51T (ราบซ้าย) 2IU, 4IL, 3000 (ราบขวา) ยุบมุมโดยตัด TT ทิ้ง และตอบ มุม 8 เป็นมุมแหลม (0 < มุม 6 < 90) เครี่องหมายลบหรือบวก ได้จากการ Check! ค่าตรีโกณมิติเดิมในจตุรภาค ที่มันไปตก อยู่ เช่น cos (150) ตกบน 22 ค่า Cos ติดลบ ดังนั้น Cos 180 - 30) = (-)Cos30 (-) ฟังก์ชันตรีโกณมิติเดิม [0] -
ページ16:
ระยะระหว่าง เส้นตรงกับจุด Ax + Bx + C = 0 d * (x, y, ) ปัจรูป" คะนิด nor d = Ax, + By, + | + + C | /A + B° ระยะระหว่าง เส้นตรงกับเส้นตรง Ax + Bx + C = 0 d การสร้างสมการเส้นตรง ต้องมี 1. จุดที่เส้นตรงผ่าน (x, 31) 2. ความฝันของเส้นตรง (m) 3. สูตรเส้นตรง Ax + Bx + C = 0 d = c. - cl 9 - 91 A2+ B2 = m(x − x 1) ในบท เราคณิตวิเคราะห์ นี้ การหาสมการเส้นตรงต้องแม่นมากๆ เพราะมีความสำคัญสำหรับบทถัดไป ข้อสอบมักใช้ออกข้อสอบ และมีความหลากหลายและซับซ้อน ดังนั้นจะสรุปประเด็นที่ออกบ่อย ถามบ่อย คือ : 1. จุดที่เส้นตรงผ่าน (x1, 31) - ผ่านจุดตัดของเส้นตรง 2 เส้น ผานสมการภาคตัดกรวย ผ่านจุดสัมผัสระหว่างเส้นตรงกับเส้นโค้ง สําคัญ! 2. ความฝันของเส้นตรง (m) ผ่านจุด 2 จุด คือ (x1, 3) และ (x,, 32) : m 91 92 fono . m = tano 19 X1- X2 L ทำมุม 9 กับแกน x บวกในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาจะได้ m = tano L มีสมการ Ax+By+C=O หรือ y = ax+c จะได้ m = - :- -, m₁ = a =
ページ17:
กะนิด nose สรุป คะ ด : ภาคตัดกรวย พาราโบลา ไฮเปอร์โบลา วงกลม
ページ18:
วงกลม r รูป คะนัด นิยาม : จุดทั้งหมดบนเส้นรอบวงรอบๆ “จุดศูนย์กลาง” มีระยะห่างรอบจุดศูนย์กลางเท่ากัน (h,k) kl (h,k) (x-h)² + (y-k)² รัศมี = r = r? 2 สมการเส้นตรง L : Ax + By + c = 0 จุดที่เส้นตรงสัมผัสกับวงกลม : (a,b) เส้นตรงรัศมี (r) |_ เส้นตรง (L) m, X mL = −1 สมการทั่วไป : : Ax + By + Cx + Dy + E = 0 (A = B); Ax²+ Ay²+ Cx + Dy + E = 0 Ax + Ay° + Cx + Dy + E = 0 A A A A A x + y + Cx + Dy + E = 0 Cx + Dy + E = A A (x + C)² + (y + D)² 2A = " 2A (2) (B) E \2A ) จุดศูนย์กลาง = (h,k) = ( / (ค) () E รัศมี : = หาร A ตลอดสมการ หาร A ตลอดสมการ หาร A ตลอดสมการ ข้อสอบมักออกสมการที่มีค่า A = 1
ページ19:
L] : รูป คะชิด Tor NOTE หาสมการเส้นตรง L ที่ผ่านจุดตัดของวงกลม 2 วง NOTE L : สมการเส้นตรง x + y + C1 x + D13 + 1 = 0 (สมการวง ...1) ' x + y°+ C2x + Day + E = 0 สมการเส้นตรง L : (สมการวง . . .2) (C1- C2)x + (D, - D2)y + (E - E2) = 0 สมการวงกลมที่ผ่านจุด (x, y,) และผ่านจุดตัดของวงกลม 2 วง x + y°+ C,x + D1 9 + E1 = 0 x + y + C2x + Day + E = 0 (สมการวง . . .1) (สมการวง . . .2) (x1,91) () สมการวงกลม C : k(x+y+C₁x+D₁y+E₁) + (x+y+C₂x+D₂y+E₂) = 0 k = = x + y + C2x1+ D231+ E2 x + y + C1x1+ D191+ E1
ページ20:
วงรี วงรีแนวตั้ง สรุป ค่ะนิด err นิยาม : จุดใดๆ บนเส้นรอบวงรี (จุด P) มีระยะจากจุด F, P + F2P = ค่าคงที่เสมอ = ความยาวแกนเอก 2al วงรีแนวนอน y = y 2b (hk) ✗ แกนเอก (a) > แกนโท (b) อริ หารแกน ! 2C 2a L x แกนเอก (a) > แกนโท (b) a2 หารแกน ! (y-k)2(x-5)² a2 + b2 ส่วนประกอบของวงรี : = 1 1. จุดยอด : (h,k+a), (h,k-a) 2. จุดโฟกัส : (h,k+c), (h,k-c) 3. จุดศูนย์กลาง 4. ความยาวแกนเอก = 20 5. ความยาวแกนโท = 25 = c² = a²- b² 6. ความเยื้องศูนย์กลาง (e) = 0 < e < 1 7. ความยาวลาสเลกม = 2b2 = a a (x-5)²+(y-k) b2 ส่วนประกอบของวงรี : = 1 1. znʊɔn : (h-a,k), (h+a,k) 2. จุดโฟกัส : (h-c,k), (h+c,k) 3. จุดศูนย์กลาง : (h,k) 4. ความยาวแกนเอก = 2a 5. ความยาวแกนโท c = a? – b? = = 2b 6. ความเยื้องศูนย์กลาง (e) 0 < e < 1 7. ความยาวลาสเล็กต้ม = = 2b2 a 00
他の検索結果
おすすめノート
このノートに関連する質問
Senior High
คณิตศาสตร์
วิธีทำคือยังไงหรอคะ
Senior High
คณิตศาสตร์
อยู่สายศิลป์ภาษาครับ แล้วก็อ่อนคณิตมากเลย ใครพอจะมีวิธีหรือที่เรียนพิเศษแนะนำมั้ยครับ มันฉุดเกรดมาก ๆ เลย ล่าสุด 1.5
Senior High
คณิตศาสตร์
อยากถามว่าคณิตขอบ ALevel ดีไหมค่ะ คอร์ส Math Admissions ค่ะ คือตอนนี้อยู่ม.4 ขึ้น ม.5 คิดว่าจะเรียนประมาณช่วงหลังสอบกลางภาคม.5 เทอม1
News
コメント
コメントはまだありません。