Undergraduate
สังคมศึกษา
PCD208 สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น
5
181
0
PCD208 สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น (Introduction to Statistics and Data Analysis)
เนื้อหา
- ความสำคัญของข้อมูลและสถิติ
- ประเภทของข้อมูล
- หลักการและแนวคิดเกี่ยวกับข้อมูลเชิงคุณภาพ
- ตัวแปร
- ประชากร กลุ่มตัวอย่างและการสุ่ม
- กระบวนการทางสถิติ
- สถิติพรรณนา
- สถิติอนุมาน
- การทดสอบค่าเฉลี่ย (T-test)
- ขั้นตอนการทดสอบสมมติฐาน
- การนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟ
ノートテキスト
ページ1:
ความสำคัญของข้อมูลและสถิติ ข้อมูล สถิติ สารสนเทศ * ข้อมูล (Data) : ข้อเท็จจริง (facts) เกี่ยวกับสิ่งที่สนใจศึกษาอาจเป็นตัวเ หรือข้อมูลดิบ (raw data) ที่ปรากฏลักษณะ พฤติกรรม คุณสมบัติที่สนใจ 1) การวัด (measuring) เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง 2) การนับ (Counting) เช่น ความถี่ การเต้นของหัวใจต่อนาที (จำนวนครั้ง) 3) การสังเกต (Observing) เช่น พฤติกรรมการออกกำลังกาย * สถิติ (Statistics) - ตัวเลขที่ใช้บรรยายเหตุการณ์ เช่น จำนวนคนป่วย จำนวนคนเกิด >ศาสตร์เกี่ยวกับวิธีการตั้งแต่เทียข้อมูล วิเคราะห์ นำเสนอ แปลผล ค่าที่คำนวณจากข้อมูลตัวอย่าง ใช้แทนลักษณะของข้อมูลชุดนั้น * สารสนเทศ (Information) ข้อมูลที่ถูกนำไปจัดการ ประมวลผล เชื่อมโยง แปลความหมาย เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ปี 1 ประเภทของสถิติ (4) สถิติพรรณนา (Descriptive Statistics) : ประกาย/ สรุปข้อมูลเบื้องต้นที่รวบรวมมาให้เข้าใจง่าย เช่น ตาราง กราฟ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (2) สถิติอนุมาน (Inferential Statistics) : สถิติอ้างอิง | สถิติทดสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้เป็นจริง อธิบายคุณลักษณะของสิ่งที่ต้องการศึกษากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น ทดสอบสมมติฐาน การคาดการณ์ ความสำคัญของข้อมูลและสถิติ 1) ช่วยวางแผนชีวิต เช่น พยากรณ์อากาศ 2) ช่วยตัดสินใจ เช่น การรักษา การเลือกทาง แล้วสามารถอ้างอิงไปยังประชากรได้ 3) ใช้ในงานวิจัยและการศึกษา ต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ ทันสมัย
ページ2:
ประเภทของข้อมล สรุปการจำแนกประเภทของข้อมูล ข้อมูลเชิงคุณภาพ ข้อมูลเชิงปริมาณ ข้อมูลสามารถจัดลำดับ ข้อมูลต่อเนื่อง ข้อมูลไม่ต่อเนื่อง ข้อมูลไม่สามารถจัดลำดับ มาตรวัดนามบัญญัติ (Nominal Scale) (0) ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) มาตรวัดอันตรภาค และ มาตรวัดอัตราส่วน มาตรวัดเรียงอันดับ (Ordinal Scale) : (Interval Scale) (Ratio Scale) 9 ข้อมูลที่สามารถเก็บข้อมูลและแสดงค่าเป็นคุณลักษณะ เกี่ยวกับความคิด ความเชื่อ ค่านิยม มักอยู่ในรูปคำบรรยาย เน้นมุมมองของผู้ถูกศึกษา / คนใน (Emic / insider view) การบรรยายพรรณนา เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนามธรรม มองภาพรวมทั้งระบบ (holistic) แบ่งเป็น 2 แบบ 1 1 -> 11 - ข้อมูลไม่สามารถจัดลำดับ - ใช้มาตรวัดนามบัญญัติ (Nominal Scale) เช่น เพศ สี ศาสนา จังหวัด > ข้อมลสามารถ ด าดับได้ → ใช้มาตรวัดเรียงลำดับ (Ordinal Scale) เช่น ระดับการศึกษา -> ลักษณะสำคัญของข้อมูลเชิงคุณสาม 1) ไม่เป็นตัวเดช : ไม่สามารถคำนวณเชิงสถิติแบบปริมาณได้โดยตรง 2) เน้นความหมายและบริบท : ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อม สถานการณ์ และประสบการณ์เฉพาะ 3) มีความลึก : ช่วยอธิบายเหตุผล มุมมอง และการตีความของผู้ให้ข้อมูล 4) ยืดหยุ่น : รูปแบบข้อมูล เปิดกว้าง ไม่จำกัดคำตอบตายตัว (2) ช้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative data) - เป็นข้อมูลแบบตัวเลข วัดค่าได้ ข้อมูลต่อเนื่อง - ใช้มาการวัดอันตรภาค (Interval Scale) เช่น อุณหภูมิ ส่วนสูง น้ำหนัก ข้อมูลไม่ต่อเนื่อง → ใช้มาตรวัดอัตราส่วน (Ratio Scale) เช่น จำนวนคน จำนวนสิ่งของ
ページ3:
เทคนิคการสังเกต สถานท บุคคล | กิจกรรม บรมท (Setting)| (Person) (Activities) 1 (Context) วิธีเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ การสังเกต (Observation) มี 2 แบบ 1 มีส่วนร่วม (Participant Observation) มองจากมุมคนใน (emic view) เข้าไปอยู่ในกิจกรรม 2) ไม่มีสอนร่วม (Non – Participant Observation) + ทำให้คนไว้ใจ - ได้ข้อมูลละเอียด แต่อาจเกิด bias มองจากคนนอก (etic view) เฝ้าไม่เข้าไปมีส่วนร่วม ลดผลกระทบจากการที่นักวิจัย (2) การสัมภาษณ์ (Interview) มี 3 แบบ 1) แบบมีชุดคําถามมาให้ (Structured / Standardized interview) มีคำถามตายตัว 2) แบบปายเปิด (Unstructured / Open ended, interview) เปิดอิสระ 3) แบบแนวคำถาม แต่เน้นชวนคุย (Semi - Structed / Guided interview) คุณสมบัติผู้สัมภาษณ์ที่ดี 4. มีความรู้สึก และกว้างในเรื่องที่สัมภาษณ์ 2. สัมภาษณ์อย่างเป็นระบบ 3. ถามกระชับ ชัดเจน ตรงประเด็น 4. สุภาพ 5. Sensitive ต่อสิ่งที่ฟัง (3) การสนทนากลุ่ม (Focus groups) 1 6.เปิดกว้าง 7.คุมสถานการณ์ไ 9. ฟังอย่างวิพากษ์ 9. จำเก่ง เทคนิคการสัมภาษาโ - ศึกษาเรื่องก่อนสัมภาษณ์ - เป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ถามนำ - ใช้ภาษาง่าย เข้าใจตรงกัน 10: ตีความเก่ง คนกลุ่มเล็ก 4-6 คน กลุ่มใหญ่ 7-10 คน เป้าหมายต้องการ discuss แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผู้เข้าร่วมสองมีประสบการณ์ในเรื่องนั้น ต้องมีผู้ดำเนินรายการ (moderator) คอยคุมประเด็น เน้นปฎิสัมพันธ์ในกลุ่ม | เทคนิคจัดสนทนากลุ่ม 1. สถานที่ต้องสบาย กุลมุด 2. คัดคนลักษณะใกล้กัน 3. เตรียมแนวคำถามล่วงหน้ 4. เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม (4) การใช้ข้อมูลเอกสาร (Document Data) ข้อมูลมือสอง การทำวิจัยภาคสนาม มี 3 ขั้นตอน สัมภาษณ์กลุ่ม สนทนากลุ่ม ·เน้นประหยัดเวลา *ถามหลายคนพร้อมกัน • เน้นการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันเอง • ได้ข้อยึดลึกกว่า 1) เตรียมลงพื้นที 2) ลงพื้นที่เก็บข้อมูล 3) ออกจากพื้นที่
ページ4:
ข้อมูลเชิงคุณภาพ = การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ = การตีความข้อมูลที่เป็นคำพูด บันทึกภาคสนาม เอกสาร การสัมภาษณ์ โดยปกติจะวิเคราะห์ไปพร้อมกับการเก็บข้อมูล และใช้การสรุปแบบอุปนัย (Inductive) เป็นหลัก หลักการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ 1) หลักการสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย 2) การวิเคราะ เนี้อหา และหลักการทีเกียวข้อง 3) การตรวจสอบข้อมูล 4) ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ t + * การใช้หลักเหตุและผลแบบนิรนัย (อนุมาน) (Deductive reasoning) จากใหญ่ - ย่อย ทฤษฎี - ข้อมูล เริ่มจากทฤษฎี - ตรวจสอบกับข้อมูลจริง ถ้าทฤษฎีจริง ข้อสรุปจะถูกต้อง ใหญ่ นกทุกตัว บินได้ ข้อเท็จจริงใหญ่ (Major Premise) ยอย อีกา บิน ข้อเท็จจริงย่อย/เหตุการณ์เฉพาะกรณี (Minor Premise) ได้ อีกาเป็นนก ข้อสรุป (Conclusion) * การใช้หลักเหตุและผลแบบอุปนัย (อุปฌาน) (Inductive reasoning) inย่อย - ใหญ่ ข้อมูล - ทฤษฎี เก็บข้อมูลย่อยจำนวนมาก แล้วสรุปเป็นความจริงใหญ่ งานวิจัยเชิงคุณภาพใช้วิธีนี้เป็นหลัก ตาย กํานัน ข. นาย ก. ยอย ง ใหญ่ ตาย หมอ ค. ตาย เค็กชาย ง. ตาย ทุกคน เป็นมนุษย์ มนุษย์ทุกคนเกิดมาต้องตาย เก็บรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงย่อย/ เหตุการณ์เฉพาะกรณีที่สังเกตได้ (Minor Premise) วิเคราะห์ข้อเท็จจริงใหญ่ (Major Premise) ข้อสรุป (Conclusion)
ページ5:
(1) หลักการสร้างข้อสรุปแบบ ปนัย มี 4 แบบ 1 1) การอุปนัยแบบสมบูรณ์ (Complete Induction) ดูข้อมูลทั้งหมดแล้วสรุป 6. หากมัน 30 คน ในห้องเรียน พบว่าทุกคนได้รับคะแนนดี จึงสรุปได้ว่า นักเรียนทุกคนในห้องสอบผ่าน 2) การอุปนัยแบบไม่สมบูรณ์ (Incomplete Induction) ดูแค่ตัวอย่าง แล้วคาดการณ์หรืออ้างอิงถึงกลุ่มทั้งหมด Ex หากลุ่มสำรวจนศ. 100 คน พบว่า 90% ใช้โทรศัพท์เพื่อการศึกษา จึงสรุปได้ว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้โทรศัพท์เพื่อการศึกษา 3) การอุปนัยแบบอุปมาอุปไมย (Analogical Induction) เปรียบเทียบสิ่งที่คล้ายกัน 5. ถ้าเห็นว่าเด็กที่ฝึกทักษะตั้งคำถาม มีผลการเรียนผู้อื่น พบว่าในต่างประเทศมีผลการศึกษาที่คล้ายกัน สรุปได้ว่า การฝึกตั้งคำถามช่วยพัฒนาการเรียนรู้ในทุกปริบททางการศึกษา 1 1 4.) การอุปนัยแบบอธิบายเชิงสาเหตุ (Causal Induction) สรุปจากเหตุ -ผล Ex.ถ้าพบว่าพื้นที่มีมาตรการแยกขยะ ปริมาณขยะลดลง สรุปได้ว่า มาตรการแยกขยะทำให้ปริมาณขยะลดลง ขั้นตอนวิเคราะห์ข้อมูลแบบอุปนัย 1) การตั้งสมมติฐานชั่วคราว (working hypothesis) 2) เก็บรวบรวมข้อมูลตามประเด็นที่ตั้งสมมติฐานชั่วคราวไว้ 3) ถ้าข้อมูลที่ได้ไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ให้ปรับปรุงสมมติฐานใหม่ 4) เก็บข้อมูลเพิ่มเติม 5) ทำซ้ำจนได้ข้อสรุป (2) การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) 1) การจำแนกชนิดข้อมูล (Typlogical Analysis) จัดข้อมูลเป็นหมวดหมู่ ใช้คุณลักษณะร่วมกันเป็นตัวแข่ง วิธีจำแนกข้อมูลแบบ Loflond 6 2336 4. การกระทํา (facts) 2. กิจกรรม (activities) 3. ความหมาย (meaning) 4. ความสัมพันธ์ (relationship) 5. การมีส่วนร่วม (participatioh) 6. บริบท / สภาพสังคม (setting)
ページ6:
2) การวิเคราะห์แบบเปรียบเทียบ (Comparative Analysis) เอาข้อมูลตั้งแต่ 2 กรณีขึ้นไปมาเทียบ ดูว่าเหมือนอะไร ต่างอะไร เช่น เปรียบเทียบโรงเรียน 2 แห่ง 3) วิเคราะห์เนื้อหาเชิงปริมาณ / คุณภาพ เชิงปริมาณ : นับความถี่ เช่น นับว่าคำตอบแบบไหนเจอบ่อย เชิงคุณภาพ : อ่านเพื่อรับความนมส 1. แนวแม่มมม : รหัสเตรียมไว้ก่อน 2. แนวตรวจทาน : ยืดหยุ่น รหัสเกิดจากข้อมูลจริง ดย 3. แนวผสม : ใช้ทั้ง 2 แบบ (3) การตรวจสอบข้อมูลสามเส้า (Triangulation) การตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง หลายวิธี / ขยายมุมมอง เพื่อยืนยันว่าผลที่ได้จริง ประเภทสามเส้า 1) ทฤษฎีต่างกัน : ใช้หลายทฤษฎีอธิบาย 2) แหล่งข้อมูลต่างกัน เช่น นักเรียน ครู ผู้ปกครอง 3) ผู้เก็บข้อมูลต่างกัน : หลายคนช่วยเก็บ ingutation 4) วิธีเก็บข้อมูลต่างกัน เช่น สัมภาษณ์ สังเกต แบบสอบถาม ข หลักการสำคัญของสามเส้า 2 1 ห้ามเชื่อ ลม แรกทันที (Thesis) 2 ต้องหา อม ตรงซ้าย (Antithesis) 3) แล้วรวมทั้งหมด ได้ข้อสรุปใหม่ (Synthesis) แนวทางวิเคราะห์ข้อมูล 3 ขั้นตอน (1) ตรวจสอบข้อมูล (สามเส้า) 0 Antithesis การตรวจสอบสามเส้าภาพที่ 1 Synthesis Thesis (2) ดัชนีข้อมูล จัดทำข้อสรุปชั่วคราว : จัดข้อมูล วิเคราะห์ เชื่อมโยง 3 สร้างบทสรุป (conclusion) ค2 ค ค1 ค3 ข. ก. บ การตรวจสอบสามเส้าภาพที่ 2 types of Multiple Sources of Data (e.g.) Robust Findings Discourse Interviews การจัดทำข้อสรุปชั่วคราว คือ สรุปแนวโน้มระหว่างทำวิจัย ใช้ข้อมูลที่มีมาวิเคราะห์ เขียนเป็นข้อความ ถ้ามีข้อมูลใหม่เข้ามา → ต้องทดสอบอีก • ถ้ายังจริง → ค่อยเป็นข้อสรุปสุดท้าย
ページ7:
4.) ขั้นตอนวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ 5 ชั้น 1) จัดระเบียบข้อมูล 2) กำหนดรหัส (coding) 3) สร้างข้อสรุปชั่วคราว 4) สร้างบทสรุปจริง ๗ พิสูจน์ความน่าเชื่อถือ กระบวนการจัดระบบและวิเคราะห์ข้อมูล 3 ชั้น (Construction : รวบรวมข้อมูลแต่ละคน - เรียงเป็นเรื่อง 10 (2) Deconstruction : แยกซอมา ให้รหัส จัดหมวดหมู่ 3) Reconstruction : เชื่อมซ้อมูลทั้งหมด สร้างภาพรวม เขียนรายงาน Mind. mapping ในงานวิจัย ข ใช้เพื่อเห็นความเชื่อมโยงข้อมูล ตรวจว่าข้อมูลครบไหม ทำให้ตรรกะซัด ความสัมพันธ์สถิติกับงานวิจัย 1) ตั้งคำถาม → ระบุข้อมูลที่ต้องใช้ 3 2) ตั้งสมมติฐาน → กำหนดตัวแปร % 3) ออกแบบวิจัย → เลือกประชากร / ตัวอย่าง | วิธีเก็บข้อมูล 4) เก็บข้อมูล - ตรวจความถูกต้อง 5) วิเคราะห์ → ใช้วิธีสถิติ - ง 6) รายงานผล → สรป/นําเสนอ ข
ページ8:
ตัวแปร และเครื่องมือวัด ตัวแปร (Variable) : คุณลักษณะ (Characteristics) จำนวน (Number) ปริมาณ (Quantity) ของสิ่งที่ศึกษา โดยสามารถวัดได้ (measure) หรือ นับได้ (Court) สิ่งที่ผู้วิจัยสนใจศึกษา และมีค่าเปลี่ยนแปลงได้ ตัวแปรแบ่งเป็น 2 ประเภท 1.) ตัวแปรเชิงปริมาณ (Quantitative Variables) : เป็นตัวแปรที่สามารถวัดค่าได้ เป็นตัวเลข จากการวัด : น้ำหนัก ส่วนสูง เกรดเฉลี่ย จากการนับ : อายุ ผู้สอบวิชาสถิติ ตัวแปรเชิงคุณภาพ (Qualitative Variables) : ขอกลักษณะที่ปรากฏ 2) เช่น ตา (นํ้า คํา นํ้าตาล) สีผิว (ยาว ) สาขาวิชา (วิทย์ สังคม ภาษา) ระดับการวัดของตัวแปร (Measurement scale) 1) แบบจัดกลุ่ม (Nominal Variable) เช่น เพศ อาชีพ ศาสนา จังหวัด 2) แบบระดับ (Ordinal Variable) เช่น ลำดับผลการสอบ เกรด A B C ขนาดองค์กร (เด็ก กลาง ใหญ่) 3) แบบปริมาณ (Interval / Ratio Variable) เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ส่วนสูง น้ำหนัก ประเภทตัวแปรในการวิจัย 0 ตัวแปรอิสระ (Independent Variable) ตัวแปรต้น /ตัวแปรจัดกระทำ/ตัวแประจำ / หัวแปรงยน เป็นสาเหตุทำให้เกิดตัวแปร การ 2) ตัวแปรตาม (Dependent Variable) เป็นผลลัพธ์ เปลี่ยนตามตัวแปรอิสระ Ex. วิธีสอน → ตัวแปรต้น ตัวแปรควบคุม / ตัวแปรแทรกซ้อน 3 ตัวแปรสอดแทรก (Intervening Variable) (3) ผลการเรียน → ตัวแปรตาม ตัวแปรที่เกิดระหว่างทดลอง เช่น ความเหนื่อย ความกังวล แรงจูงใจ 4. นแปรภายนอก / ตัวแประกัน (Extraneous Variable) ตัวแปรที่ไม่ได้ศึกษา แต่มีผล เช่น เสียงรบกวน อุณหภูมิ พื้นฐานความรู้ผู้เรียน ความสัมพันธ์ตัวแปร -> ตัวแปรอิสระ - ผล - ตัวแปรตาม แต่ตัวแปรสอดแทรก → เกิดระหว่างทดลอง ตัวแปรภายนอก + รบกวนผล ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม ตัวแปรเกิน ตัวแปรสอดแทรก Independent Variable ตัวแปรตน ตัวแรงเก้น clusia แปรตาม Dependent Variable Intervening Variable ตัวแปรควบคุม Extraneous Variable เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระกับตัวแปรตาม เป็นตัวแปรสอดแทรก ที่ควบคุมไม่ได้และอาจมีอิทธิพลต่อตัวแปรตาม เป็นตัวแปรเกิน ซึ่งไม่ได้มุ่งศึกษา แต่อาจมีอิทธิพลต่อตัวแปรตาม
ページ9:
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และลักษณะพฤติกรรมที่ต้องการจะวัด ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย 0 1 แบบทดสอบ (Test) : ชุดคำถามหรือสถานการณ์ เพื่อวัดความรู้ ทักษะ เจตคติ มีอัตนัย ประย (2) แบบสังเกต (Observation) : ใช้ดูพฤติกรรมจริง E- บันทึกความถี่ บันทึกตามช่วงเวลา แบบบันทึกใช้คู่กับการสันทร (3) แบบสัมภาษณ์ (Interview) : สนทนาปากเปล่า ได้ข้อมูล ความคิดเห็น ปัญหา ข้อเสนอแนะ 4) แบบสอบถาม (Questionnaire) : ชุดคำถามสำรวจที่ปลายเปิด ปลายปีด แบบประเมินการปฏิบัติ (Performance assessment) : ใช้ประเมินจากการทำจริง เช่น การปฏิบัติงาน การทำกิจกรรม แบบสอบถาม : กามตรงไปตรงมา แบบทดสอบ : มีเกณฑ์ในการทดสอบความรู้ คุณสมบัติเครื่องมือวิจัยที่ดี 6 อย่าง 2. การได้มาซึ่งงานวิจัย 1.เอาของเขามาใช้เลย อยู่ แต่ยังไม่เหมาะ 3 ไม่มีเลย ต้องสร้างมาใหม่ 1) มีความเที่ยงตรง (Validity) : อัดตรงสิ่งที่ต้องการ * สำคัญสุด 2) มีความเชื่อถือได้ (Reliability) : วัดซ้ำได้ผลเหมือนเดิม 3) มีประสิทธิภาพ (Efficiency) : ใช้งานได้ดี คุ้มค่า 4) มีอำนาจจำแนกได้ (Discrimination) : แยกระดับ ตอนได้ 5) สามารถใช้งานจริงได้ (Procticality) : ไม่ซับซ้อน ทดลองใช้ก่อน 6) สามารถวัดผลได้ (Measurability) : สรุปผลตามวัตถุประสงค์ RELIABLE BUT NOT VALID VALID BUT NOT RELIABLE VALID AND RELIABLE เครื่องมือที่วัดแล้ววัดอีก แต่วัดไม่ตรงกับวัด เครื่องมือที่วัดแล้ววัดอีก แต่ ดกว้างไปไม่ตรงกับสิ่งที่วัด * การนิยามตัวแปร (Variable Definition) เครื่องมือนั้นรักได้ตามกับสิ่งที่จะวัด การให้ความหมายและขอบเขตของตัวแปรที่ต้องการศึกษา เพื่อให้เข้าใจตรงกัน *การนิยามเชิงปฏิบัติการ (Operational Definition) การระบุขั้นตอน (พฤติกรรมที่สามารถสังเกตและวัดค่าได้ เปลี่ยนแนวคิดนามธรรม ให้กลายเป็นสิ่งที่วัดได้ ง เมื่อนำไปสร้าง ค่าถมในเครื่องมือวิจัย * องค์ประกอบสำคัญ 2 2 1) พฤติกรรมที่สังเกตได้ : การแสดงออกถึงความรู้สึกชื่นชอบของนักศึกษา 2) เครื่องมือวัด : แบบสอบถามความพึงพอใจ 3) เกณฑ์คะแนน : พิจารณาจากคะแนนรวมที่ได้จากแบบสอบถาม
ページ10:
* ประชากร (Population), ประชากร กลุ่มตัวอย่าง และการลุ่ม กลุ่มสมาชิกทั้งหมดที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่สนใจศึกษา ณ เวลาที่กำหนด อาจเป็นคน สัตว์ สิ่งของ ประเภทประชากร ประชากร ากัด (Finite Population) นับจำนวนได้ครบ ระบุสมาชิกได้แน่นอน นักศึกษา มธ. ภาค 2/65 • ประชากรอนันต์ (Infinite, fopulation) จำนวนมากจนระบุไม่ได้ Ex แบคทีเรียในร่างกาย เมล็ดข้าวในกระสอบ * กลุ่มตัวอย่าง (Sample) : ส่วนหนึ่งของประชากร เป็น Subset ที่ถูกเลือกมาศึกษา ลักษณะกลุ่มตัวอย่างที่ดี 1) มีคุณสมบัติตรงตามจุดประสงค์วิจัย 2) จํานวนเหมาะสม ไม่มากไม่น้อยเกินไป 3) ทุกหน่วยมีโอกาสถูกลุ่ม 1 1 หลักการสุ่มตัวอย่างมี 2 เงื่อนไขสำคัญ 1)ต้องเป็นตัวแทนที่ดีของประชากร (Representatives) 2)ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง (Sample size) จะต้องมีมากพอในการทดสอบ ถ้าทำได้ ค่าสถิติจากตัวอย่างจะใส่ค่าพารามิเตอร์ของประชากร 2 วิธีเลือกตัวอย่างจากประชากร - การสุ่มแบบใช้ความน่าจะเป็น (Probability Sampling) ทุกหน่วยมีโอกาสถูกเลือก เท่ากัน ผลวิจัยอ้างอิงไปยังประชากรได้ 1) การสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) ป เหมาะกับประชากรขนาดใหญ่ มีทะเบียนรายชื่อ การจับฉาก ตารางเลขสุ่ม โปรแกรมสถิติ (SPSS) 2)การสุ่มแบบมีระบบ (Systematic Sampling) เรียงรายชื่อทั้งหมดก่อน คำนวณช่วงกรรม เลือกตัวแรกแบบสุ่ม เลือกตัวถัดไปตามช่วง Ex. ช่วง=3 เริ่มที่ 2 จะได้ 2 → 6 - 8 - 11 - -> + 3) การสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Sampling) 1 แบ่งประชากรเป็นชั้นย่อยก่อน ภายในแต่ละชั้นต้องมีลักษณะเหมือนกัน (Homogeneous) แล้ว สุ่มจากแต่ละชั้น ใช้เพื่อประชากรมาก แต่จำแนกเป็นกลุ่มย่อยตามระดับรายได้ เช่น รายได้สูง กลาง ก ต่ำ
ページ11:
4) การสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Sampling) แบ่งประชากรเป็นกลุ่มย่อย ในแต่ละกลุ่มมีความหลากหลาย คละกัน แล้วสุ่มเลือกบางกลุ่ม เน้นประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย Ex. ประชากรเป็นนักเรียนจํานวนมาก แบ่งเป็นโรงเรียน และ ลงเรียนได้ เช่น ลุ่มโรงเรียน - ห้องเรียน - นักเรียน 5.) การสุ่มหลายขันตอน (Multi-stage Sampling) ใช้เพื่อประชากรใหญ่มาก Ex. ขั้นที่ 1 เลือกภูมิภาค 2 d วันที่ 2 เลือกจังหวัด ขั้นที่ 3 เลือกอำเภอ ชั้นที่ 4 เลือกครัวเรือน มินทร เลือกคน การสุ่มแบบไม่ใช้ความน่าจะเป็น (Non-Probability Sampling) ไม่จำเป็นต้องมีกรอบตัวอย่าง ไม่มีโอกาสถูกเลือก อ้างอิงประชากรไม่ได้ มีความสะดวก ประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย 5. นักวิจัยไม่รู้จำนวนประชากรทั้งหมด Ex.. 1) การสุ่มกลุ่มตัวอย่างตามความสะดวก (Convenience. Sampling) ผู้ถูกเลือกเพียงแต่เลือกหน่วยตัวอย่างตามสะดวกจนครบจำนวนที่ต้องการ 11 ด เช่น แจก ม า ย ใน สอบถามความ ใจรสชาติ 2) การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบโควต้า (Quola Sampling) 6 ใช้เกณฑ์แบบแบ่งชั้นภูมิ กำหนดให้ขนาดตัวอย่างจากแต่ละชั้น เป็นสัดส่วนกับขนาดประชากรในแต่ละชั้น เช่น สำรวจความคิดเห็นสวัสดิการพนักงานในมธ. อาจารย์ 40% เจ้าหน้าที่ 60% ถ้าจะเรียกลุ่มตัวอย่าง 20 คน อาจารย์ = 30 x 40 = 12 คน เจ้าหน้าที่ = 30 x 60 = 18 คน 100 3) การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) 100 เลือกเฉพาะ คนที่ให้ข้อมูลตรงเป้า เช่น ศึกษาความสำเร็จ Startup เลือกเจ้าของ Startup ที่สำเร็จ
ページ12:
* ขนาดกลุ่มตัวอย่าง CSample Size) นิยมใช้สูตร Taro Yamane และ Krejcie & Morgan หลักการกลุ่มตัวอย่างต้องถูกเลือกอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นตัวแทนประชากร Taro Yamane ทาโร่ ยามาเน่ ท = N 1+ Ne² n= ขนาดกลุ่มตัวอย่าง N = ขนาดประชากร 2 = ความคลาดเคลื่อน การสุ่มอย่างที่ยอมรับได้ - Krejcie & Morgan เครซี่ มอร์เก้น | X? สูตร n = x Np(1-p) q e² (N-1)+x²p (1-p) n= ขนาดกลุ่มตัวอย่าง N = 2นาดประชากรฺ VUA ประชากร ก ก วา กา ±1% ±3% | ±4% | ±5% 500 223 1,000 . 385 286 1,500 441 316 . 2,000 . 714 476 333 2,500 . 1250 760 500 345 3,000 1364 811 517 353 3,500 . 1458 843 359 4,000 1538 870 541 4,500 1007 891 549 367 5,000 . 909 556 370 6,000 1765 938 375 7,000 1842 959 574 378 8,000 . 976 580 381 . 9,000 1957 989 383 10,000 2000 1000 588 385 15,000 6000 1034 000 20,000 2222 1053 000 392 25,000 7143 2273 1064 610 394 50,000 8333 2301 100,000 9091 2439 1099 621 398 10000 2500 1111 625 400 "unbochranu assume oumensen shown Usanne Rooth Usenne och Usinns och Usins Wooch Usene 400 100 0 200 162 14 110 850 20 19 120 92 25 130 97 30 140 103 1,000 278 200 200 2000 338 200 2,000 341 100 100 200 200 346 950 274 4,000 351 4,500 354 35 150 105 360 106 1,100 285 30 115 191 361 170 118 196 1,300 297 7,000 44 180 123 201 8,000 367 48 190 127 205 9.000 368 52 1,000 310 10,000 370 50 136 214 1.700 15.000 375 59 217 1.800 1,000 320 300,000 370 65 234 2,000 250 152 e - ความคลาดเคลื่อนของการสุ่มตัวอย่างที่ยอมรับได้ 40,000 300 249 2,200 327 50,000 301 2,400 331 75,000 382 254 2.600 p - X = ค่าไคสแควร์ที่ 6f = 1 และระดับความเชื่อมั่น 95% (x = 3244) สัดส่วนของลักษณะที่สนใจในประชากร (ถ้าไม่ทราบ ให้กำหนด p=0.5) * การเก็บรวบรวมข้อมูล (Data Collection) การสำรวจ (Survey) เก็บข้อมูลทุกหน่วยที่สนใจโดยตรง สนใจความคิดเงินของประชาชน ที่มีต่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน - หน่วยที่ศึกษา (Unit of analysis) - ประชาชนคนไทยทุกคน - วิธีรวบรวมข้อมูล : สัมภาษณ์ สังเกต) วัด กรอบตัวอย่างที่ดี (Sampling Frame) ต้องประกอบด้วย รายชื่อทุกหน่วยในประชากร ต้องมีครบถ้วน ไม่ซ้ำซ้อน ทันสมัย * การเก็บข้อมูลแบบสำรวจ มี 2 แบบ (1) การสำมะโน (Census) เก็บข้อมูลจากประชากรทั้งหมด ข้อดี : ได้ข้อมูลครบทุกหน่วยในประชากร ข้อเสีย : เสียเวลา แพง ผลล่าช้า ควบคุมยาก Ex. สนใจหารายได้เฉลี่ยของคนกทม. ต้องมีกรอบตัวอย่าง - รายชื่อพร้อมที่อยู่ของคนกทม. จึงต้องไปสอบถามคนกทม. ทุกคนเกี่ยวกับรายได้ ทำให้เสียเวลา การสำรวจด้วยตัวอย่าง (Sample Survey) เก็บข้อมูลจากทางหน่วยของประชากร ข้อดี : ประหยัดเวลา / ค่าใช้จ่าย ได้ผลเร็ว ข้อมูลมีคุณภาพดี ปริมาณงานน้อย ควบคุมคุณภาพง่าย ข้อเสีย : มีความคลาดเคลื่อนจากการสุ่ม ถ้าตัวอย่างน้อยเกินไปจะทำให้ข้อมูลตัวอย่างไม่เป็นตัวแทนที่ดีของประชากร Ex. หารายได้เฉลี่ยของคนกทม.3 ล้านคน เลือกกลุ่มตัวอย่างมา 5,000 คน ต้องมีรายได้สูง กลาง ต่ำ ในสัดส่วนเดียวกับประชาการ หลักการนี้ต้องได้ แทนที ของประชากร 0
ページ13:
กระบวนการทางสถิติ สถิติในระเบียบวิธี 4 ขั้นตอนหลัก 1) เก็บข้อมูล (Collection) : การสารวจ /การลำมะโน 2) วิเคราะห์ข้อมูล (Analysis) : ใช้สูตร/โปรแกรม เช่น SPSS, JASP 3) แปรผล (Interpretation) : ตีความผล 4) นำเสนอ (Presentation) : ตาราง กราฟ แผนภูมิ ความสัมพันธ์สำคัญ - ประชากร (Population) - กลุ่มทั้งหมด -ตัวอย่าง (Sample) - ตัวแทนของประชากร -สถิติ (Statistic) - ค่าจากตัวอย่าง ++ -พารามิเตอร์ (Pammeter) → ค่าจริงของประชากร Parametric + การสุ่ม เริ่มต้น 1. าหนดเป้าหมาย ประชากรที่สนใจศึกษา 5. สรุปผล (Population) 2. กลุ่มตัวอย่าง ตัวอย่าง (Sample) 3.รวบรวมข้อมูล สถิติ (Statistic) Non-Parametric ค่าพารามิเตอร์ (Parameter) 4. การประมาณค่า 0 ข้อมูลต้องแจกแจงแบบปกติ •ความแปรปรวนเท่กัน • ข้อมูลเป็นอิสระต่อกัน Ex. T-tests เปรียบเทียบค่าเฉลี่ย 2 กลุ่ม ANOVA เปรียบเทียบค่า ยากกว่า 2 กลุ่ม Pearson Correlation ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร การแจกแจงขอมูล (Data Distribution) •ข้อมูลไม่แจกแจงแบบปกติ •กลุ่มตัวอย่างน้อย • ข้อมูลเป็นลำดับหรือกลุ่ม Ex. Mann-Whitney U test 1724 Independent t-test Wilcoxon signed-rank test แทน Paired t-test Kruskal-Wallis test แทน ANOVA Spearman's rank correlation แทน Pearson การนำข้อสอบ (Raw Data) มาจัดระเบียบ แบ่งเป็นกลุ่ม หรือเรียงลำดับ เพื่อให้วิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น เช่น ค่าเฉลี่ย มัธยฐาน ฐานนิยม ช่วยให้เห็นรูปแบบและแนวโน้มของข้อมูล การแจกแจงแบบปกติ (Normal Distribution) 0.40 0.35 0.30 0.25 2 0.20 0.15 0.10- 0.05 0.13% 2.14%/13.59% 34.13% 34.13% 19.59% 2.14% 0.13% 0.00 -40 μ-30 μ-20 1-0 μ +o+20 +30 +40 •ลักษณะเป็นโค้งระฆังคว่ำ (bell-shaped) เป็นเงื่อนไขสำคัญของสถิติแบบมาราเมตริก กราฟสมมาตร ค่า Mean = Median = Mode
ページ14:
+ การตรวจสอบความปกติของข้อมูล ดุจากกราฟ Histogram โดยพิจารณา (4.) Mean - Median - แนวโน้มปกติ (2) Skewness (ความเฟ่) ใกล้ O = ปกติ >0 = เยุ้ยวา <0 - เซ้าย 9 Kurtosis (ความโด่ง) 0 = ปกติ. >0 = โด่งสูง (แหลม) <0 = แบน (กระจายกว้าง) * ความเบ้/ความโด่ง 0 บอกลักษณะการแจกแจงของข้อมูล ใช้พิจารณาก่อนเลือกสถิติอนุมาน ประเภทของสถิติ Mean Median Mode Mode Moder Median Mean 1. Median Mean (-) Negatively Skewed Distribution (Left skewed) เป่าย Symmetrid Distribution (+) Positively Skewed Distribution (Right skewed) Positive Kurtosis Normal distribution Negative Kurtosis >0 0 เข็มส >0 (1)สถิติพรรณนา (Descriptive) : สรุปข้อมูล เช่น ตาราง กราฟ) ค่าเฉลี่ย ไม่อ้างอิงไปประชากรอื่น (2) สถิติอนุมาน (Inferential) : ใช้ทดสอบสมมติฐาน ใช้ผลจากตัวอย่างไปอ้างอิงประชากร หลักการเลือกใช้สถิติ 1) ลักษณะกลุ่มตัวอย่าง : สุ่ม / ไม่สุข - Parametric / Non - parametric : 2) ประเภทของข้อมูล 4 ประเภท (1) ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) -> ข้อมูลไม่สามารถจัดลำดับ - ใช้มาตรวัดนามบัญญัติ (Nominal Scale) เช่น เพศ สี ศาสนา จังหวัด ข้อมูลสามารถจัดลำดับได้ → ใช้มาตรวัดเรียงลำดับ (Ordinal Scale) เช่น ระดับการศึกษา 2) ช้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative data) - ข้อมูลต่อเนื่อง - ใช้มาการวัดอันการภาค (Interval Scale) เช่น อุณหภูมิ ส่วนสูง น้ำหนัก ข้อมูลไม่ต่อเนื่อง → ใช้มาตรวัดอัตราส่วน (Ratio Scale) เช่น จำนวนคน จำนวนสิ่งของ 3) วัตถุประสงค์งานวิจัย : อธิบาย/เปรียบเทียบ ความสัมพันธ์
ページ15:
สถิติพรรณนา (Descriptive) 9 การแจกแจงความถี่ (Frequency) : แสดงจำนวน ร้อยละ ใช้กับ Nominal, Ordinal tttt tttt tttt ร้อยละ (Percentage) บอกสัดส่วนข้อมูล ควรพิจารณาควบคู่กับจำนวนจริง สูตร ร้อยละ (%) = X x 100 X = อายุ ค่าของข้อมูล จํานวนค่า ความถี่ ของข้อมูล 31-35 32 33 35 35 35 5 36-40 39 39 39 40 4 สูตร 41-45 41 42 42 44 44 5 46-50 46 47 48 48 49 5 1 1 2 51-55 52 สูตร X = Ex N ๏ การวัดแนวโน้มเข้าสู่ศูนย์กลาง 2.1) ค่าเฉลี่ย (Mean) : ค่ากลาง 2.2) มัธยฐาน (Median) : ค่าตรงกลาง I ๆ 2.3) ฐานนิยม (Mode) : ค่าที่พบมากสุด * Mean, Median, Mode อาจเท่ากัน (ข้อมูลปกติ) (3) การวัดการกระจาย จำนวนข้อมูล (ความถี่) N. N = จำนวนข้อมูลทั้งหมด X = ค่าเฉลี่ยที่ได้มาจากกลุ่มตัวอยู่ A = ค่าเฉลี่ยที่ได้มาจากประชากรทั้งหมด X = ผลรวมของ อมูลทั้งหมด N = จำนวนข้อมูลทั้งหมด + ถ้ามีค่าผิดปกติ → Mean จะเพี้ยน Mean ไวต่อการผิดปกติ 3.1) ค่านิสัย (Range) : ค่าสูงสุด – ค่าต่ำสุด 3.2) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard, Deviation : SD) ดูว่าข้อมากระจายจากค่าเฉลี่ยมากแค่ไหน ค่ายิ่งมาก = กระจายมาก ข สูตร S.D. = ≤(x;-x)? √ (n-1) = 3.3) ความแปรปรวน (Variance) คือ Sp X = ค่าเฉลี่ยที่ได้มาจากกลุ่มตัวอย่าง สูตร สุตร s = X(x-x) Xi = ค่าของข้อมูลเดิมแต่ละจำนวน n = - จำนวนข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง N-1 การเลือกใช้สถิติกับประเภทข้อมูล * ใช้ได้ทุกประเภท : Frequency, Percentage, Made * ใช้เฉพาะข้อมูลตัวเลข : Mean, SD, Variance
ページ16:
สถิติ หน้าที * ข้อมูลระดับต่างๆ ที่ใช้ได้ในสถิติพรรณา * A ใช้กับข้อมูลประเภท นายบัญญัติ เรียงอันดับ อันตรภาค อัตราส่วน (Nominal) (Ordinal) (Interval) (Ratio) 1) ความถี่ (Frequency) บอก านวนทอง อมูลในแต่ละกลุ่ม ✓ ✓ ✓ ✓ 2) ร้อยละ (Percentage) บอกสัดส่วนของข้อมูลให้เข้าใจง่าย ✓ ✓ ✓ ✓ 3) ค่าเฉลี่ย (Mean) บอกค่ากลางของข้อมูลโดยรวม ✓ 4) มัธยฐาน (Median) 5) ฐานนิยม (Mode) 6) พิสัย (Range) -ค่า สด (Minimum) – ค่าสูงสุด (Maximum) บอกค่ากึ่งกลางของข้อมูลเมื่อเรียงลำดับ ปอกค่าที่พบมากที่สุด นอกช่วงห่างระหว่างค่าสูงสุดกับค่าต่ำสุด บอกค่าที่น้อยที่สุดในชุดข้อมูล ✓ ✓ ✓ *เห็น ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ บอกค่าที่มากที่สุดในชุดข้อมูล 7) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) บอกการกระจายรอบค่าเฉลี่ย ✓ ✓ 9) ความแปรปรวน (Variance) 9) ควอไทล์ (Buatiles) 10) ความเย้ (Skewness) ขอกระดับการกระจายของข้อมูลจากค่าเฉลี่ย แบ่งข้อมูลออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆกัน บอกความเย้ย การแจกแจงข้อมูล ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 11) ความโด่ง (Kurtosis) บอกความโด่งหรือความแบนของการแจกแจง V. ✓
ページ17:
สถิติอนุมาน (Inferential) การประมาณค่า - ทดสอบสมมติฐาน ความสัมพันธ์ใช้ข้อมูลตัวอย่าง เพื่อสรุปอ้างอิงไปยัง ประชากร ด | และช่วยตัดสินใจอย่างมีหลักฐาน ง * ประชากร (Population) : สมาชิกทุกหน่วยของสิ่งที่สนใจศึกษาวิจัย * กลุ่มตัวอย่าง (Sample) : ส่วนหนึ่งของประชากรที่นำมาเป็นตัวแทนของกลุ่มประชากรทั้งหมด (ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (Sample Size) นิยมใช้สูตร Taro Yamane และ Krejcie & Morgan หลักการกลุ่มตัวอย่างต้องถูกเลือกอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นตัวแทนประชากร Taro Yamane ทาโร่ ยามาเน่ สุตร n = N 1+ Nle2 - Krejcie & Morgan เครซี่ n= ขนาดกลุ่มตัวอย่าง N = ขนาดประชากร • - ความคลาดเคลื่อนของการลุ่มตัวอย่างที่ยอมรับได้ = มอร์เก้น ตร n = X4 Np (1-p) ง e² (N-1)+ xp(1-p) n= ขนาดกลุ่มตัวอย่าง = ขนาดประชากร N - ความคลาดเคลื่อน กลุ่มตัวอย่างที่ยอมรับได้ 2 - ความคลาดเคลื่อนของการสุ่มตัวอย่าง x = ค่าไคสแควร์ที่ &f= 1 และระดับความเชื่อมั่น 95% (x = 3 241) P. = = สัดส่วนของลักษณะที่สนใจในประชากร (ถ้าไม่ทราบ ให้กำหนด p=0.5) การอนุมานทางสถิติ 1) การประมาณค่า -แบบรูด : ค่าเดียว -แบบช่วง: มีช่วงความเชีวน : 2) การทดสอบสมมติฐาน : ใช้ตัดสินว่าเชื่อหรือไม่เชื่อสมมติฐาน
ページ18:
การทดสอบค่าเฉลีย (T-test) (0) One - Sample T-test : ใช้เมื่อเปรียบเทียบ ค่าเฉลี่ย 1 กลุ่มกับค่าเกณฑ์ Ex. รายได้ > เส้นความยากจนหรือไม่ T 2) Independent Samples T-test : ใช้เมื่อเปรียบเทียบ 2 กลุ่มที่เป็นอิสระกัน Ex. ชาย VS 2 คนเล่นเกม 15 คนไม่เล่นเกม 1. = ผล : p = 0.039 < 0.05 สรุปปฏิเสธ 6 พฤติกรรมแตกต่างกันจริง (3) Paired Samples T-test : ใช้เมื่อเปรียบเทียบก่อน-หลังกลุ่มเดียวกัน มีการวัด 2 ครั้ง Ex. ก่อนรักษา vs หลังรักษา ผล p<0.05 สรุปยอมรับ H, การกำหมัดได้ผลจริง ANOVA : เปรียบเทียบมากกว่า 2 กลุ่ม 4) : ประเภทการทดสอบ 1) Two-Tailed (สองทาง) : + (ต่างกัน) 2) One-Tailed (ทางเดี่ยว) : (มากกว่า) 4 (น้อยกว่า) * Levene's Test (ทดสอบความแปรปรวน) Ho : กลุ่มที่มีความแปรปรวนเท่ากัน p > 0.05 → ความแปรปรวนเท่ากัน ใช้ค่าสถิติบรรทัดขน -> (ไม่มีนัยยะสำคัญทางสถิติ) -> H : กลุ่มที่มีความแปรปรวนไม่เท่ากัน P<0.05 → ความแปรปรวนไม่เท่ากัน ใช้ค่าสถิติบรรทัดล่าง (มีนัยยะสำคัญทางสถิติ) = Variance * Mean value ความแปรปรวนเท่า ไม่มีนัยยะสำคัญ บน ≠ Variance = Mean value ความแปรปรวนไม่เท่า มีนัยสำคัญ ล่าง
ページ19:
ขั้นตอนการทดสอบสมมติฐาน * ขั้นที่1 ตั้งสมมติฐาน Ho (สมมติฐานหลัก) : ไม่มีความแตกต่าง / ไม่มีผล A = เกณฑ์ H. (สมมติฐานทางเลือก) : มีความแตกต่าง / มีผล 1 + > < ค่าเกณฑ์ H₁ * ขั้นที่ 2 กำหนดระดับนัยสำคัญ (Significance level) * = กำหนด ๘ = 0.05 (๘ ระดับนัยสำคัญที่เรากำหนดไว้ล่วงหน้า ยอมให้ผิดพลาดได้ 5%) p-value: ค่าความน่าจะเป็นที่ใช้ตัดสินว่าผลลัพธ์ที่เราได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือมีนัยสำคัญจริง • p-value > 0.05 : ไม่มีนัยสำคัญ (Not Significant ) ผลที่ได้อาจเกิดจากความบังเอิญ ไม่ปฏิเสธ • P-value < 0.05 (5%) : มีนัยสำคัญ (Significant) ผลที่ได้ไม่น่าจะเกิดจากความบังเอิญ ปฏิเสธ Ho • P-value < 0.01 (1%): มีนัยสำคัญมาก (Very Significant) • p-value<0.001 (0%) : มีนัยสำคัญสูงมาก (Highly Significant) น ขั้นที่ 3 เดือกสถิติ (T-test) 1) One - Sample T-test : ใช้เผื่อเปรียบเทียบ ค่าเฉลี่ย 1 กลุ่มกัน เกณฑ์ 2) Independent T-test : ใช้เมื่อเปรียบเทียบ 2 กลุ่มที่เป็นอิสระกัน 3) Paired T-test : ใช้เมื่อเปรียบเทียบก่อน-หลัง กลุ่มเดียวกัน มีการวัด 2 ครั้ง * ขั้นที่ 4 คำนวณค่า (1,p-value) 1 เกณฑ์ตัดสิน P-value<0.05 – มีนัยสำคัญ - ปฏิเสธ Ho p-value > 0.05 -ไม่มีนัยสำคัญ ยอมรับ Ho * ขั้นที่ 5 สรุปผล -> Ex.1) สมมติทดสอบว่า รายได้เฉลี่ยต่างจาก 3,079 บาทหรือไม่ ถ้า p-value = 0.03 ใช้เกณฑ์ C = 0.05 = P-value = 0.03 < 0.05 มีนัยสำคัญ รายได้ต่างจริง ถ้ำ p-value = 0.12 P-value = 0.12 > 0.05 ไม่มีนัยสำคัญ อาจแค่บังเอิญ (n) กลุ่มนักเรียน พฤติกรรมก้าวร้าวเฉลี่ย จํานวนนักเรียน t p 1.60 100 -1.79 0.038 1.68 100 1. นักเรียนที่ไม่เล่นวิดีโอเกม Ex. 2.) นักเรียนที่เล่นวิดีโอเกม H₁ ค่า t = -1.79 ค่านี้ กทิศทาง และความแตกต่างระหว่างกลุ่ม ใช้เกณฑ์ 3 = 0.05, p-value = 0.039< 0.05. มีนัยสำคัญทางสถิติ (Significant) สรุปผล ปฏิเสธ H, นักเรียนที่เล่นเกมกับไม่เล่นเกมมีพฤติกรรมก้าวร้าวแตกต่างกันจริง
ページ20:
Independent Samples T-test ใช้เมื่อเปรียบเทียบ 2 กลุ่มที่เป็นอิสระกัน 2 ANOVA Mixed Models Regression Frequencies Factor Edit Data Descriptives T-Tests T Income Sex 1 4127.46 1 Classical Independent Samples T-Test Paired Samples T-Test 2 3222.91 1 male One Sample T-Test 3 2719.56 1 male 4 2818.28 2 female 5 2522.44 2 nale 6 2422.15 2 7 2825.34 1 8 3221.1 2 fema 9 2316.26 10 2419.08 11 2519.85 12 2120.33 13 3118.04 14 4117.46 ตัวแปรเพศ (Nominal Scale) 1 คือ เพศชาย 2 คือ เพศหญิง Ex. เพศกับรายได้ ตัวแปรรายได้ (Ratio Scale) Edit Data Descriptives T-Tests ANOVA Mixed Models Regression Frequencies ♥ Independent Samples T-Test 5. จากนั้นให้กด Descriptives Tests 2 Student Welch Mann-Whitney Alternative Hypothesis O Group 1 Group 2 Group 1 > Group 2 Group 1 < Group 2 Assumption Checks 2 Normality 7 Equality of variances Brown-Forsythe ⚫ Levene's Q-Q plot residuals Missing Values A Evetude eaeae nae danandant serishle Results Factor Dependent Variables Income Grouping Variable * Sex Additional Statistics Location parameter Confidence interval 95.0 Effect size Cohen's d Glass' delta Confidence interval Descriptives Vovk-Sellke maximum p- Pilots Descriptives pl 3. จะปรากฏหน้าต่าง Dependent Variables ให้ กดเลือกตัวแปรที่ต้องการ ทดสอบ (Interval, Ratio Scale) ในกรณีนี้คือตัวแปร Income ***** Normality (Shapiro-Wilk) nces (Levene's) df₁ dta ip 1 0877 Horizonta Confidon Standard Income female Note, Significant results suggest a deviations. 6. เลือกทิศทาง สมมติฐาน 7. เลือก Check assumption กด Equality of variance เลือก Levene's Bar plots Mean SD SE 2935.168 3293 867 750.291 712 228 181.972 167 874 4. ในช่อง Group Variable คือตัวแปร คุณภาพ (Nominal, Ordinal Scale) ที่ ต้องการเปรียบเทียบ ระหว่างกลุ่ม ในที่นี้คือ เลือกตัวแปร SEX มาใส่ในช่องนี้
ページ21:
L Edit Data Descriptives T-Tests ANOVA Mixed Models Regression Frequencies Factor Meta-Analysis Predictive Analytics Reliability SEM Summary Statistics T respondent id orgid sex age educas + - Descriptive Statistics 00008 ขาย 38 ปริญญาโท ราย 35 ปริญญาตร v Descriptive Statistics หญิง 30 ปริญญาตรี Variables ปริญญาตรี respondent_id 41 org id sex all education Valid 1. การวิเคราะห์ กดย้ายตัว แปรที่ต้องการวิเคราะห์เข้า ไปในช่อง Variables CLS1 CLS2 CLS3 CLS4 CLS? CALSA CLS9 14 14 3 หญิง 35 ปริญญาตร CLS10 15 หญิง 2 32 อื่นๆ ระบุ CLS11 หญิง 27 สัญญาต Transpose descriptives table 17 17 หญิง ปริญญาตรี Statistics 10 หญิ 47 ปริญญาตรี Sample size 19 19 หญิง อื่นๆ รอบ Valid 20 5 หญิง Missing 21 21 5 หญิ 2. กดเลือก √ สถิติที่ต้องการวิเคราะห์ Quantiles Quarties Cut points for: 4 equal groups Percentiles Central tendere Distribution Mode Skewness Median Mean Dispersion Std. deviation Coefficient of variation MAD MAD robust IQR 2 Range Variance Minimum Kurtosis Shapiro-Wilk test Sum Descriptive Statistics r Missing Descriptive Statistics Sex education 500 500 0 Mode Medan 2.000 2.000 1.000 1.645 Std Deviation 0.479 1.013 Variance 0.229 1.027 Skewness -0.612 1.775 Sad Error of Skewness 0109 0-109 Kurtosis -1,631 1.615 Std Error of Kurtosis 0.218 0218 Range 1.000 3.000 1,000 Minimum 1.000 1.000 2000 4000 Maximum • The mode is computed assuming that variables are discreet Frequency Tables ▾ Frequencies for sex▼ 3. ผลการ วิเคราะห์สถิติจะ ปรากฏทันที การคัดลอกผลการ วิเคราะห์ กดคลิกขวาที่ ตารางแล้ว Copy Frequency Percent 570 177 35.400 323 64.500 64.600 Missing 0 0.000 Total 500 100,000 Cumulative Percent 100,000 Frequencies for education education Frequency Percent Valid Percent Cumulate percent ปริญญาตรี 363 72,600 72,500 72600 ปริญญาโท 71 14.200 14.200 06.800 ปริญญาเอก 2 0.400 0400 07-200 ระบ 12.800 12.800 100000 Missing 0 0.000 500 100,000 Distribution Plots 1% Edit Data Descriptives T-Tests ANOVA Mixed Models Regression Frequencies Factor LA Meta-Analysis Predictive Analytics Reliability 98 SEM 11 Summary Statistics - Descriptive Statistics v Descriptive Statistics respondent id org id all education time 00000 Descriptive Statistics Descriptive Statistics Variables sex Valid Missing Mode Median Mean Std Deviation Variance Sieuness Std. Error of Skewness Kurtosis Std. Error of sex กว่า 20,000 บาท 268 2.000 2.000 0.477 0.227 -0.645 0.149 -1.594 SEX 20,000-25,000 บาท 91 0 2,000 2,000 1.582 0.496 0.246 -0.340 0.253 -1.927 SEX 25,001-30,000 บาท 47 0 2,000 2,000 1.681 0.471 0.222 -0.002 0.347 sex 30,001-50,000 บาท 87 0 2,000 2,000 1.690 0 465 0.217 -0.834 0.258 -1.335 sex กว่า 50,000 บาท 7 0 1.000 1,000 1.429 0.535 0285 0.374 0.794 -2800 การวิเคราะห์ ตารางไขว้ (Crosstab) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัว แปรเชิงคุณภาพตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป โดย แสดงจํานวนหรือร้อยละของข้อมูลใน รูปแบบตาราง เพื่อดูว่าแต่ละกลุ่มมีการ กระจายตัวสัมพันธ์กันอย่างไร เช่น เพศกับรายได้ 1. ใส่ตัวแปรที่ 1 ที่ ต้องการวิเคราะห์ Transpose descriptives table Statistics Sample size Valid Missing Central tendency Moder Median !!!!! Mean Dispersion Std. deviation MAD ICR Range Maximum Coefficient of variatio MAD robust Variance Minimum Split The mode is computed assuming that variables are discrete Frequency Tables Frequencies for ser income sex Frequency Percent Valid Percent Cumulative Percent อยกว่า 20,000 บาท ราย 93 34.701 34.701 34.701 หญิง 175 65,200 65-299 100,000 Missing Total 0 0.000 255 100,000 income 20,000-25,000 บาท 38 41.758 41.758 41,758 หญิง Missing Total 53 58.242 58.242 100,000 ° 0.000 91 100,000 25,001-30,000 บาท ขาย 15 31.915 31.9175 หญิง 32 68,005 68 085 31.915 100,000 Missing 0.000 Total 47 100,000 30,001-50,000 บาย 27 31.034 31.034 31.034 หญิง 60 68.966 68.966 100,000 Missing Total 0 0.000 87 100,000 กว่า 50,000 บาท ราย 4 57.143 57.143 3 42.857 42.857 57.143 100,000 Missing 0.000 100,000 2. ในช่อง Split ใส่ตัว 2 แปรที่ 2 ที่ต้องการ วิเคราะห์ เพื่อดูการ กระจายของ ตัวแปรที่ 1 X ตัวแปรที่ 2 3. ผลการวิเคราะห์จะปรากฏรายละเอียดผลการไขว้ ระหว่างตัวแปรให้เห็นความถี่และร้อยละ * การวิเคราะห์ ตารางไว้ (Crosstab) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรเชิงคุณภาพตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป โดยแสดงจำนวน ร้อยละ ในรูปแบบตาราง เพื่อดูว่าแต่ละกลุ่มมีการกระจายตัวสัมพันธ์กันอย่างไร Ex เพศกับรายได้
ページ22:
EX. จากการศึกษาคุณภาพอากาศใน กทม. เดือนกุมภาพันธ์ 2566 พบว่าค่า PM, โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 233 กทม. ซึ่งมี ผลกระทบต่อสุขภาพ ผู้ว่าชัชชาติจึงมีมาตรการในการให้พนักงาน Work From Home เพื่อลดภาวะการสร้าง มลพิษในอากาศ เพื่อตรวจสอบว่ามาตรการดังกล่าวช่วยลดปริมาณ PM2.5 ได้หรือไม่ ผู้ว่าจึงสุ่มตรวจวัดอากาศ ตามเขตต่างๆ ในกทม. ทั้ง 15 เขตพบว่าคุณภาพอากาศดังนี้ 118.3 234.3 256.3 223.5 245.6 234.6 198.4 252.4 178.3 189.8 289.6 234.1 178.9 199.4 203.2 0 โดยกำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05 ว่ามาตรการดังกล่าวได้ผลหรือไม่ วิธีทำ 1) กำหนดสมมติฐาน AA = คุณภาพอากาศโดยเฉลี่ยของกรม Ho P : M=233 H : A#233 = 2) ระดับนัยสำคัญ ∞ = 0.05 3) ใช้สถิติ One-sample T-test 4) ผลการวิเคราะห์ ค่า += 3.393 ค่า p-value=0.003 < 0.05 ปฏิเสธ b One Sample T-Test One Sample T-Test AIR 26.98 df 19 P < .001 Nore. For the Student t-test, the alternative hypothesis specifies that the mean is different from 0. Note. Student's t-test. Test AIR Student Wilcoxon Statistic -3.383 34.00 df p 19 .003 .006 Note. For the Student t-test, the alternative hypothesis specifies that the mean is different from 233. For the Wilcoxon test, the alternative hypothesis specifies that the median is different from 233. Descriptives Descriptives Mean SD SE Coefficient of variation AIR 20 207.0 34.32 7.674 0.166 สรุปผล : คุณภาพอากาศโดยเฉลี่ยของกทม. มีความแตกต่างจากค่ามาตรฐาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ページ23:
ผลการวิเคราะห์ Results ♥ Independent Samples T-Test ♥ Independent Samples T-Test Income t df p -1.451 33 0.156 Note. Student's t-test. Assumption Checks Test of Normality (Shapiro-Wilk) องศาอิสระ * df (degrees of freedom) ค่าทางเทคนิคใช้คำนวณร่วมกับ + เพื่อหาค่า p ค่า p-value = 0.156 > 0.05 ยอมรับ H, ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ Income male female W P 0.871 0.023 0.941 0.304 Note. Significant results suggest a deviation from normality. Test of Equality of Variances (Levene's) F df1 df2 P Income 0.024 1 33 0.877 * ต้องพิจารณา Levene's test ก่อนที่จะสรุปผล ในกรณีนี้ ค่า P-value= 0.877 > 0.05 แสดงว่าความแปรปรวนของกลุ่มชายและหญิงไม่ต่างกัน Descriptives ♥ Group Descriptives V Group N Mean SD SE Coefficient of variation Income male 17 female 18 2935.168 750.291 181.972 3293.867 712.228 167.874 0.256 0.216 สรุปผล : ชาวบ้านเพศชายกับชาวบ้านเพศหญิงมีรายได้ไม่แตกต่างกัน Trick เกณฑ์ตัดสิน p-value <0.05→มีนัยสำคัญ - ปฏิเสธ to p-value > 0.05 -ไม่มีนัยสำคัญ ยอมรับ Ho * Levene's Test (ทดสอบความแปรปรวน) P<0.05 - ความแปรปรวนไม่เท่ากัน (มีนัยยะสำคัญทางสถิติ) P > 0.05 - ความแปรปรวนเท่ากัน (ไม่มีนัยยะสำคัญทางสถิติ)
ページ24:
EX. แม้ว่ามาตรการ WPH ของผู้ว่าจะได้ผลสามารถลด PM 2.5 ได้ แต่ผู้ว่าชัชชาติ ต้องการทราบว่า ค่า PM 2.5 ใน พื้นที่ กทม ชั้นในและชั้นนอกนั้นมีค่า PM 2.5แตกต่างกันหรือไม่ เพื่อออกข้อบังคับควบคุมมลพิษระยะยาว ผู้ว่าชัช 0 ชาติต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม โดยผู้ว่าคาดว่า กทม. พื้นที่ชั้นในจะมีค่า PM 2.5 มากกว่า กทม. พื้นที่ชั้นนอก ที่ ระดับความเชื่อมั่น 95% ผิดพลาด 5% = 0,05 2 ให้ M₁ = วิธีทำ ใน 14 ค่าเฉลี่ยของกทม. พื้นที่ชั้นใน A = ค่าเฉลี่ยของกทม พื้นที่ชั้นนอก 1) กำหนดสมมติฐาน Ho H. : กทม พื้นที่ชั้นในจะมีค่า PM2.5 ไม่แตกต่างจากกทม พื้นที่ชั้นนอก H : กทม. พื้นที่ชั้นในจะมีค่า PM2.5 แตกต่างจากกทม พื้นที่ชั้นนอก 0 2 2) ระดับนัยสำคัญ ๘ = 0.05 3) ใช้สถิติ Independent Samples F-test ผลการวิเคราะห์ค่า T= -0.46 การทดสอบ Levene's test พบว่า p-value=0.069 > 0.05 แสดงว่ามีความแปรปรวนเท่ากัน ค่าระดับนัยสำคัญ P-value=0.409> 0.05 28มชัย 10 Descriptives Independent Samples T-Test Independent Samples T-Test Group Descriptives Group N Mean SD SE Coefficient of variation AIR 1 8 199.0 46.46 16.43 T df P 2 12 212.4 24.15 6.972 0.233 0.114 AIR -0.846 18 0.409 Note. Student's t-test. Assumption Checks Test of Equality of Variances (Levene's) F df1 df2 p AIR 3.767 1 18 0.068 5) สรุปผล : กทม.พื้นที่ชั้นในจะมีค่า PM2.5 ไม่แตกต่างจากกทม. พื้นที่ชั้นนอก กทม พื้นที่ชั้นในกับกทม พื้นที่ชั้นนอกมีค่า PM 2.5 ของทั้งสองพื้นที่เท่ากัน
ページ25:
H Edit Data Descriptives T-Tests ♥ Paired Samples T-Test Paired Samples T-test ใช้เมื่อเปรียบเทียบก่อน-หลังกลุ่มเดียวกัน ✓ ANOVA Mixed Models Regression Frequencies Factor Results r Variable Pairs Pretest Posttest 11 Paired Jamplee T-Test * Pretest Posttest nple's T-Test 4. กด Descriptives และกด Correct for correlation Aleasure 2 t df Cohen's d SE Cohen's d Tests P Student Wilcoxon signed-rank Alternative Hypothesis Measure 1≠ Measure 2 Measure 1 > Measure 2 O Measure 1 < Measure 2 Statistics Location parameter Confidence interval 95.0 Effect size Confidence interval 95.0 Correct for correlation Note. Significant results suggest a deviation from normality Descriptives 2. จากนั้นเลือก Classical Paired Sample T-Test -0.737 Posttest 0.181 Assumption Checks 2 Normality Q-Q plot residuals Plots Vovk-Sellike maximum p-ratio Descriptives plots Confidence interval 95.0 % 3. เลือกทิศทางสมมติฐาน ผลการวิเคราะห์ Results Paired Samples T-Test Paired Samples T-Test Measure 1 Pretest escriptives 2. เลือกตัวแปรที่จะทดสอบ ก่อนและหลัง Measure 2 Posttest t df P Cohen's d SE Cohen's d -2.854 14 0.006 -0.737 0.181 Note. For all tests, the alternative hypothesis specifies that Pretest is less than Posttest. Note. Student's t-test. Assumption Checks Test of Normality (Shapiro-Wilk) Pretest Posttest W p 0.880 0.047 Note. Significant results suggest a deviation from normality. SE Coefficient of variation 2.266 2.147 0.064 0.058 : ค่า p-value = 0.006 < 0.05 ปฎิเสธ Ho มีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปผล : วิธีการใช้ดนตรีบำบัดสามารถเพิ่มเซโรโทนิน ของคนที่ป่วยซัมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 Descriptives Descriptives N Mean SD SE Coefficient of variation Pretest 15 138.200 Posttest 15 142.133 8.777 8.314 2.266 2.147 0.064 0.058
ページ26:
Ex. จิตแพทย์ต้องการทดสอบประสิทธิภาพของวิธีการบำบัดโรคซึมเศราด้วยดนตรีบำบัด (Music Therapy) ให้กลุ่มนักศึกษา จิตแพทย์จึงสุ่มเก็บตัวอย่างจากนักศึกษาที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า 15 คน และทำการบันทึกระดับ สารเซโรโทนิน (Serotonin) ของตัวอย่างก่อนบำบัดและหลังบำบัดได้ดังนี้ นักศึกษาคนที่ กอนทําบัด หลังทําบัด นักศึกษาคนที่ กอนบำาบัด หลังทําบัด 1 125 136 9 144 148 2 142 141 10 152 160 3 130 140 11 130 132 4 143 148 12 144 150 5 135 138 13 140 142 6 149 155 14 131 133 7 126 135 15 133 136 8 149 138 0 จิตแพทย์จึงต้องการพิสูจน์ว่าวิธีการใช้ดนตรีบำบัดสามารถเพิ่มเซโรโทนินของคนที่ป่วยซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.05 หรือไม่ 2 1 วิธีทำ ให้ Aretest = ค่าเฉลี่ยของระดับสารเซโรโทนินก่อนบำบัด rosttest = ค่าเฉลี่ยของระดับสารเซโรโทนินหลังบำบัด 5.) 1) กำหนดสมมติฐาน Ho : Aretest Prosttest H : Apretest - Arosttest 2) ระดับนัยสําคัญ = 0.05 3) ใช้สถิติ Paired, Samples F-test 4) ผลการวิเคราะห์ ค่า += -2.254 ค่า p-value = 0.006 < 0.05 ปฎิเสธ #、 มีนัยสำคัญทางสถิติ = มีค่าสัมประสิทธิ์ความสัมพันธ์ = -0.459 Paired Samples T-Test Paired Samples T-Test Measure 1 Pretest n-1 ค่าสัมประสิทธิ์ความสัมพัน =15-1 = 14 Measure 2 t Posttest P -2.854 14 0.006 df Cohen's d SE Cohen's d -0.459 0.169 Note. Cohen's d corrected for correlation between observations. Note. For all tests, the alternative hypothesis specifies that Pretest is less than Posttest. Note. Student's t-test. Descriptives Descriptives N SD SE Coefficient of variation 0.064 Mean Pretest 15 138.2 8.777 2.266 Posttest 15 142.1 8.314 2.147 * ค่าสัมประสิทธิ์ความสัมพันธ์ (Correlation Coefficient) 0.058 ค่าทางสถิติที่ใช้วัดว่าตัวแปร 2 ตัวมีความสัมพันธ์กันมากแค่ไหน และเป็นทิศทางใด สรุปผล : วิธีการใช้ดนตรีบำบัดสามารถเพิ่มระดับสารเซโรโทนินของคนที่ป่วยซึมเศร้าได้ โดยระดับสารเซโรโทนินหลังบำบัดสูงกว่าก่อนบำบัด
ページ27:
One-Sample T-test ใช้เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย 1 กลุ่มกับค่าเกณฑ์ 2 Edit Data Descriptives > Contingency Tables v One Sample T-Test respondent_id org_id sex Page all education time A marital income CLS1 AIS T-Tests ANOVA 3 Classical Independent Samples T-Test Paired Samples T-Test One Sample T-Test 12 11 Bayesian Mixed Models Regression Frequencies Factor One Sample T-Test One Sample T-Test df Independent Samples T-Test Paired Samples T-Test One Sample T-Test Note For the Student t-test, the alternative hypothesis specifies that the mean is different from 0. Note Student's t-test Tests V Student Wilcoxon signed-rank 2 Test Test value: 0 Std. deviation: 1 Alternative Hypothesis O Test value >Test value T-Tests ANOVA + Edit Data Income 2522.44 Sex Descriptives female 2422.15 female 7 2825.34 8 2316.26 female 2419.08 Jeerale Additional Statistics Location estimate Confidence interval 95.0 Effect size % Confidence interval 95.0 Descriptives % Vovk-Selke maximum p-ratio Mixed Models Regression Frequencies Factor 7 One Sample T-Test Income 1. กด T-test > เลือก One sample T-Test 000 Results One Sample T-Test One Sample T-Test Test ผลการทดสอบ One Sample T Test 1. จะปรากฏหน้าต่าง Test Variables ให้กดเลือกตัว แปรที่ต้องการทดสอบ ในกรณีนีคือตัวแปร Income 3121.08 21 4319.95 22 3722.12 23 3522.33 24 3519.72 | 2 Student Wilcoxon signed-rank Test value: Sid deviation: 1 Allemative Hypothesis Test value O>Test value Assumption checks Normally Q-Q plot residuals 3. ที่ Alternative Hypothesis เลือกตามโจทย์ ≠ Test value = ต้องการทดสอบว่า "ต่างจาก > > Test value = ต้องการทดสอบว่า "มากกว่า" < Test value = ต้องการทดสอบว่า “น้อยกว่า” 33 2321.08 34 4125.79 female 35 ผลการวิเคราะห Results ♥ One Sample T-Test One Sample T-Test Income Note. For the 2.530 Additional Statistics Location estimate Confidence interval 95.0 % Effect size Confidence interval 95.0 Descriptives Vovk-Selke maximum pratio 2. ในช่อง Test Value คือค่าที่ต้องการนำมา เปรียบเทียบ (เกณฑ์ หรือ ค่าทดสอบ) ในงานวิจัยนี้ คือค่ารายได้จากเส้นแบ่ง ความยากจน ปี 2564 คือ 2802 df p 34 0.016 dent rest, the alternative hypothesis specifies that the mean is different from 2802. Note. Student's t-test Descriptives income Student 2530 Wilcoxon 430.000 34 0.008 0.030 Note For the Student t-test, the alternative hypothesis specifies that the mean is greater than 2802. For the Wilcoxon test, the alternative hypothesis specifies that the median is greater than 2802 Descriptives Desorptives Income N 35 Mean SD 3119 642 742710 SE 125.542 Coefficileet of variation 0.230 4. ผล ตารางที่ 1: Descriptivesจะ มีค่าอย่างน้อยพวก N = จํานวนตัวอย่าง Mean = ค่าเฉลี่ยจริงของกลุ่ม SD = ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน SE = ค่าคลาดเคลื่อนมาตรฐาน Ex. รายได้ > เส้นความยากจนหรือไม่ += 2.530. ค่า p-value = 0.016 < 0.05 ปฏิเสธ H, มีค่านัยสำคัญทางสถิติ Descriptives N Mean SD SE Coefficient of variation Income 35 3119.642 742.718 125.542 สรุปผล : ค่าเฉลี่ยของรายได้ชาวบ้าน = 319.25 บาท/เดือน 0.238
ページ28:
+ Data Visualization การนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟ กระบวนการ : Data - Visual - Insight ข้อมูลดิบ ภาพ/กราฟ ตีความ ย ขั้นตอนทำ Data Visualization 1) เข้าใจโจทย์ (Question) 2) เตรียมข้อมูล (Data) 3) สรุปข้อมูล (Summary) 4) เลือกกราฟ) (Chart) 5) สร้าง/ตกแต่ง (Design) 6) ตีความ (Insight) ประเภทข้อมูล เชิงกลุ่ม (Categorical) เชิงลำดับ (Ordinal) เชิงปริมาณ (Numeric) อนุกรมเวลา (Time series) เชิงพื้นที่ (Geographic) กราฟที่ดี ะทำ การสื่อสารข้อมูลให้เข้าใจง่ายและตัดสินใจได้ดีขึ้น ประโยชน์ O ทําให้เห็นแนวโน้ม ความต่าง ตามล้มมัน ได้เว @ ลดภาระการอ่านข้อความหรือตารางจำนวนมาก ช่วยให้การนำเสนอ และการตัดสินใจมีหลักฐานรองรับ ทำให้คนดูเข้าใจข้อมูลได้เร็ว หลักการออกแบบกราฟที่ดี 4 ชื่อ 1) Clear : ชื่อกราฟ / แกน ล 2) Simple : ดูง่าย ไม่รา 3) Honest : ไม่บิดเบือนข้อมูล 4) Focus : เน้นจุดสำคัญ ตัวอย่าง กราฟที่เหมาะ Bar/Column Bar เรียงลำดับ ตรงประเด็น เชื่อถือได้ What : อะไรเกิดขึ้น So what : สําคั ยังไง Now what : ควรทำอะไรต่อ สิ่งควรหลีกเลี่ยง ใช้กราฟ 30 สีเยอะเกิน -ตัดแกนทำให้ข้อมูลดูเกินจริง - Pie chart หลายหมวดเกินไป เพศ คณะ ระดับความพิมใจ รู รายได้ Histogram/Scatter รายเดือน รายปี Line แผนที Map การเลือกกราฟให้เหมาะ 1) เปรียบเทียบด้วย Bar chart 2) แนวโน้มด้วย Line chart 3) สัดส่วน Pie Chart Bar Chart Example Line Chart Example Chart Example Events 25.0 22.5 20.0- * 17.5 15.0 12.5 10.0 Online 42% 12% Partners 18% ใช้เปรียบเทียบใครมากกว่าใคร 4)การกระจาย Histogram / Box plot Histogram Example Feb Mar Apr May ใช้เมื่อมี 3-5 หมวด ใช้แนวโน้มตามเวลา 5)ความสัมพันธ์ของ 2 ตัวแปร Scatter plot Scatter Plot Example การกระจายของข้อมูล 25 10 12 14 Study Hours ดูความสัมพันธ์ 2 ตัวแปร
このノートに関連する質問
Undergraduate
สังคมศึกษา
การสร้างคุณค่ากับการส่งต่อที่ยั่งยืน จากงานวิจัยระดับโลกที่ได้ศึกษามาจาก 33 ประเทศใน33มหาลัยทั่วโลกกับนักวิชาการกว่า 100 คนและธุรกิจครอบครัวกว่า 75 ธุรกิจจากการกระจายตัวทั่วภูมิภาคของโลกได้ค้นพบปรากฏการณ์ที่สำคัญของสิ่งที่เป็นอิทธิพลซึ่งส่งผลต่อธุรกิจที่สืบทอดอย่างยังยืน ส่งต่อความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่องและยาวนานเป็นร้อยๆ ปี ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 เรื่องคือ เรื่องของทัศนคติเชิงประกอบการและทรัพยากรที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการ โดยผ่านกรอบแนวคิดเชิงปฎิบัติการ4 เรื่องสำคัญคือ เรื่องที่ 1.ค่านิยมหรือวัฒนธรรมองค์กร(พฤติกรรมในวิถีชีวิตประจำวัน) เรื่องที่2. การสร้างเครือข่าย เป็น กระบวนการสื่อสาร 2 ทิศทาง การแลกเปลี่ยนสนทนาและการชื่นชมยกย่อง เรื่องที่ 3 องค์ความรู้ของธุรกิจหรือกิจการนั้นนั้น คือกระบวนการส่งต่อวัตถุประสงค์โดยมีเป้าหมายที่วัดได้จากผลลัพธ์ที่สำคัญ เรื่องที่ 4 การบริหารจัดการอย่างโปร่งใสโดยมีทั้งความจริงใจ(Integity)ความรับผิดชอบ(Ressponsibity)และความไว้วางใจ(Confidence) กุญแจสู่ความสำเร็จชิ้นนี้เป็นของขวัญล่าสุดที่ดีที่สุดเท่าที่ได้ค้นคว้าแ
Undergraduate
สังคมศึกษา
การสร้างคุณค่ากับการส่งต่อที่ยั่งยืน จากงานวิจัยระดับโลกที่ได้ศึกษามาจาก 33 ประเทศใน33มหาลัยทั่วโลกกับนักวิชาการกว่า 100 คนและธุรกิจครอบครัวกว่า 75 ธุรกิจจากการกระจายตัวทั่วภูมิภาคของโลกได้ค้นพบปรากฏการณ์ที่สำคัญของสิ่งที่เป็นอิทธิพลซึ่งส่งผลต่อธุรกิจที่สืบทอดอย่างยังยืน ส่งต่อความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่องและยาวนานเป็นร้อยๆ ปี ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 เรื่องคือ เรื่องของทัศนคติเชิงประกอบการและทรัพยากรที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการ โดยผ่านกรอบแนวคิดเชิงปฎิบัติการ4 เรื่องสำคัญคือ เรื่องที่ 1.ค่านิยมหรือวัฒนธรรมองค์กร(พฤติกรรมในวิถีชีวิตประจำวัน) เรื่องที่2. การสร้างเครือข่าย เป็น กระบวนการสื่อสาร 2 ทิศทาง การแลกเปลี่ยนสนทนาและการชื่นชมยกย่อง เรื่องที่ 3 องค์ความรู้ของธุรกิจหรือกิจการนั้นนั้น คือกระบวนการส่งต่อวัตถุประสงค์โดยมีเป้าหมายที่วัดได้จากผลลัพธ์ที่สำคัญ เรื่องที่ 4 การบริหารจัดการอย่างโปร่งใสโดยมีทั้งความจริงใจ(Integity)ความรับผิดชอบ(Ressponsibity)และความไว้วางใจ(Confidence) กุญแจสู่ความสำเร็จชิ้นนี้เป็นของขวัญล่าสุดที่ดีที่สุดเท่าที่ได้ค้นคว้าแ
News
コメント
このノートは
コメントがオフになっています。