Undergraduate
ชีววิทยา
สรุปปังๆกระบวนการไฟฟ้า-สารเคมี🧬✨
3
92
0
ฮอร์โมน
กล้ามเนื้อ
สารสื่อประสาท
กระบวนการไฟฟ้า-สารเคมี
ノートテキスト
ページ1:
กระบวนการทางไฟฟ้า-เคมี ในการส่งสัญญาณประสาท (Electrochemical Process) Membrane potential (mV) +50- -0- -50- Threehold potential 1 Resting potential Action potential Depolarization (2 3 Repolarization -100- Time 4 Hyperpolarization 3 4 5 การทำงานและการส่งสัญญาณของระบบประสาทอาศัย กระบวนการทางไฟฟ้า-เดมี (Electrochemical Process) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ช่วงสำคัญ คือ: Electrical Process เป็นการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า (Action Potential) ไปตามความยาวของเซลล์ ประสาท (จากตัวเซลล์ไปตามแอกซอน) ผ่านการเปลี่ยนแปลงของประจุไอออน: ระยะพัก (Resting Potential) เยื่อหุ้มเซลล์มีประจุไฟฟ้าเป็นลบเมื่อเทียบกับภายนอก (ประมาณ -70 mV) โดยมีประจุโซเดียม (Na+) อยู่ภายนอกมาก และโพแทสเซียม (K+) อยู่ภายใน ระยะกระตุน/จุดชนวน (Depolarization) เมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นถึงระดับ threshold ช่องโซเดียมจะเปิดออก ทำให้ประจุบวก (Ng+) ทะลักเข้าสู่ภายในเซลล์ ทำให้ภายใน เปลี่ยนเป็นประจุบวกเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าวิ่งไปตามแอกซอน ระยะคืนสภาพ (Repolarization) ช่องโพแทสเซียมเปิดเพื่อให้ประจุบวก (K+) ไหลออกนอกเซลล์ เพื่อปรับประจุไฟฟ้าภายใน เซลล์ให้กลับมาเป็นลบตามเดิม
ページ2:
00 (Chemical Process) Nerve impulse- Ion channel with receptor site Synaptic Vesicle -Synaptic Vesicle เมื่อกระแสไฟฟ้าเดินทางมาถึงปลายแอกซอน (Axon Terminal) ไม่สามารถกระโดดข้ามช่อง ว่างจุดประสานประสาท (Synapse) ได้ โดยตรง จึงต้องเปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าเป็น สัญญาณเคมี: การจีบกับตัวรับ (Receptors) สารสื่อประสาทจะเคลื่อนที่ข้ามช่องว่างไปจับกับตัวรับที่อยู่บนเดนไดรต์ของเซลล์ประสาทถัดไป การหลั่งสารสื่อประสาท กระแสไฟฟ้าจะกระตุ้นให้ถุงบรรจุ สารสื่อประสาท (Neurotransmitters) หลั่งสารเคมีออกมาสู่ช่องว่างไซแนปส์ การเกิดสัญญาณใหม่ -> ไฟฟ้า ใช้ส่งสัญญาณ ภายใน เซลล์ประสาท (จากเดนไดรต์ ตัวเซลล์ -> แอกซอน) เคมี ใช้ส่งสัญญาณ ระหว่างเซลล์ประสาท (ข้ามช่องว่าง Synapse ผ่านสารสื่อประสาท) เมื่อสารสื่อประสาทจับกับตัวรับ จะไปเปิดช่องไอออนของเซลล์ถัดไป ส่งผลให้เกิดกระบวนการทางไฟฟ้า (Action Potential) ในเซลล์ใหม่ ทันที 000
ページ3:
ฮอรโมน (Hormone) ฮอร์โมนคือสารเคมีส่งข่าวสารที่สร้างจากต่อมไร้ท่อ (Endocrine Gland) ถูกลำเลียงผ่านกระแสเลือดไปทำหน้าที่กระตุ้นหรือยับยั้งการทำงานของเซลล์และอวัยวะเป้าหมาย มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่น การเจริญเติบโต •การปรับตัวและเอาตัวรอดจากอันตราย •การสืบพันธุ์และการขยายเผ่าพันธุ์ (ฮอร์โมนที่มีผลต่อพฤติกรรมอย่างมากจะถูกสร้างขึ้นจากต่อมไร้ท่อสำคัญต่างๆ ในร่างกาย) 1. ต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) 1.1 โกรธฮอร์โมน (Growth Hormone) หน้าที่: ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกายในแต่ละ วัยให้เป็นไปตามธรรมชาติ 1.2 ฮอร์โมนควบคุมและกระตุ้นต่อมไร้ท่ออื่น ๆ หน้าที่: ควบคุมการสร้างและการหลั่งฮอร์โมนของ ต่อมไร้ท่ออื่น ๆ (เช่น ต่อมไทรอยด์ ต่อมหมวกไต และการทำงานของรังไข่การตกไข่) 3. ต่อมหมวกไต (Adrenal Gland) 3.1 อะดรีนาลีน (Adrenaline) หน้าที่: ควบคุมการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และการเผาผลาญอาหาร; ถูกหลั่งเพิ่มขึ้นเมื่อเครียด โกรธ หรือกลัว เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมเผชิญ เหตุการณ์ฉุกเฉิน 3.2 นอร์อะดรีนาลีน (Noradrenaline) หน้าที่: ควบคุมความดันโลหิตและการทำงานของ ร่างกาย: ช่วยปรับให้ร่างกายกลับคืนสู่สภาวะปกติ เมื่อหมดภาวะเครียด 2. ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Gland) 2.1 ฮอร์โมนไทรอกซิน (Thyroxine) หน้าที่: ควบคุมการเผาผลาญอาหาร การเจริญเติบโต ของกระดูก และระดับแคลเซียมในเลือด
ページ4:
4. ตอมเพศ (Gonad Gland) 4.1 แอนโดรเจน (Androgen) (สร้างจากลูกอัณฑะ ในเพศชาย) หน้าที่: กระตุ้นการเจริญเติบโตของอวัยวะเพศชาย และกระตุ้นการพัฒนาร่างกายเข้าสู่วัยหนุ่ม (ลักษณะเพศขั้นทุติยภูมิ) เชน มีหนวดเครา เสียงหาว 4.2 เอสโตรเจน (Estrogen) (สร้างจากรังไข่ ในเพศหญิง) หน้าที่: กระตุ้นการเจริญเติบโตของอวัยวะเพศหญิง และกระตุ้นการพัฒนาร่างกายเข้าสู่วัยสาว (ลักษณะเพศขั้นทุติยภูมิ) เชน หนาอกขยาย สะโพกขยาย 5.1 เมลาโทนิน (Melatonin) 5. ต่อมไพเนียล (Pineal Gland) หน้าที่: ควบคุมวงจรการตื่น การนอนหลับ และเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางเพศของมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 6.1 ไทโมซิน (Thymosin) 6. ต่อมไทมัส (Thymus Gland) หน้าที่: กระตุ้นการสร้างและการแบ่งเซลล์เม็ดเลือดขาว แล้วส่งต่อไปยังม้ามและต่อมน้ำเหลืองเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ รางกาย
ページ5:
กล้ามเนื้อ (Muscle) พฤติกรรมและการเคลื่อนไหวภายนอกของมนุษย์ (เช่น การพูด เดิน วิ่ง เกี๊ยว กลืน กรอกตา และแสดง สีหน้า) ขึ้นอยู่กับการทำงานของกล้ามเนื้อเป็นหลัก หากกล้ามเนื้อสูญเสียการทำงาน เช่น ในผู้ป่วย อัมพาต ก็จะไม่สามารถแสดงพฤติกรรมหรือเคลื่อนไหวร่างกายได้ โดยกล้ามเนื้อนั้นมีหลากหลายชนิด และสามารถจัดจำแนกกลุ่มได้หลายรูปแบบ สรุปวิธีการแบ่งชนิดกล้ามเนื้อ 1. แบ่งตามการควบคุมการทำงาน กล้ามเนื้อในอำนาจจิตใจ (Voluntary Muscle): สมองสั่งการและควบคุมได้ (ส่วนใหญ่คือกล้ามเนื้อลาย) กล้ามเนื้อนอกอำนาจจิตใจ (Involuntary Muscle): ควบคุมไม่ได้ สั่งการโดยระบบประสาทอัตโนมัติ ได้แก่ กล้ามเนื้อเรียบ กล้ามเนื้อหัวใจ และการทำงานของกล้ามเนื้อลายแบบรีเฟล็กซ์ 2. แบ่งตามโครงสร้าง กล้ามเนื้อลายตามขวาง (Striated Muscle): ได้แก่ กล้ามเนื้อลายและกล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อไม่มีลาย (Unstriated Muscle): ได้แก่ กล้ามเนื้อเรียบ 3. แบ่งตามการทำงานและที่อยู่ กลามเนื้อลาย (Skeletal Muscle | Striated Muscle): เซลล์รูปทรงกระบอกยาว มีหลายนิวเคลียสอยู่ขอบเซลล์ มีลายขวางสีเข้มสลับจาง ควบคุมโดยระบบประสาทโซมาติก พบตามแขนขาและลำตัว ทำหน้าที่เกี่ยวกับการ เคลื่อนไหวร่างกาย กล้ามเนื้อเรียบ (Smooth Muscle): เซลล์ขาวหัวท้ายแหลม มี 1 นิวเคลียส ไม่มีลายขวาง ควบคุมโดยระบบ ประสาทอัตโนมัติ พบที่อวัยวะภายใน เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้ มดลูก กระเพาะปัสสาวะ กล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiac Muscle): เซลล์รูปทรงกระบอก ทำงานนอกอำนาจจิตใจและควบคุมโดยระบบ ประสาทอัตโนมัติ
他の検索結果
おすすめノート
เนื้อเยื่อสัตว์
30
0
Hormones
21
0
このノートに関連する質問
Undergraduate
ชีววิทยา
ช่วยหน่อยค่ะ ชีววิทยา
Undergraduate
ชีววิทยา
ช่วยหน่อยคะ ไม่ค่อยเข้าใจเลย
Undergraduate
ชีววิทยา
G0 เซลล์พบในส่วนใดของร่างกายเราบ้างคะ คือลองหาแล้ว แต่ไม่แน่ใจค่ะ ว่าใช่ ตับ,เซลล์ประสาท,เซลล์เม็ดเลือดแดง และเซลล์กล้ามเนื้อลายป่ะคะ ถ้าไม่ใช่ แล้วมีอะไรบ้างคะ ใครรู้เรื่องนี้รบกวนช่วยตอบด้วยค่าสับสนมากๆเลย #ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
Undergraduate
ชีววิทยา
ช่วยหน่อยคะ
Undergraduate
ชีววิทยา
1.บริเวณใดของกล้ามเนื้อสะโพกที่สามารถฉีดยาได้ และบริเวณใดที่ควรเลี่ยง เพราะเหตุใด? 2.กล้ามเนื้อgluteus maximus มี origin และinsertion อยู่บริเวณใดและมีaction อย่างไร
Undergraduate
ชีววิทยา
ลักษณะแตกต่างที่สำคัญระหว่างกล้ามเนื้อลาย และกล้ามเนื้อหัวใจ คืออะไรคะ?
News
コメント
コメントはまだありません。