ノートテキスト
ページ1:
Optics แสง คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่น ในย่านที่ตามนุษย์ ตอบสนองได้จัด ประมาณ 400 - 700 กก โดยในช่วงที่เขาไม่เห็น ในช่วงที่มีค่าความยาวคลื่นน้อยกว่า 400 จะเรียกว่า Ultraviolet และ หลังจาก 700 nm จะเรียกรวมๆว่า Infrared โดยแสง จะมีอัตราเร็ว (สุญญากาศ 3 X10 (C) พฤติกรรมของแสงในตัวกลาง ใด เมื่อแสงผ่านตัวกลางในๆ ดั่งเร็ว ของ แสงจะเปลี่ยนไปตามค่าดัชนีหักเหของแสง ยิ่งรัชนีหักเหของ มิ่งมาก แสง ยิ่งเคลื่อนที่ได้ว่า สูตร n = C ความเร็วแสงตัวกลาง สุญญากาศ) (ความเร็วแสงตัวกลาง กลางใดๆ) และเมื่อแสงผ่านตัวกลาง ไปยังอีกตัวกลาง ความถี่ จะไม่เปลี่ยน แปลง สิ่งที่ลดคือความยาวคลื่น ดังนั้น n₁ 7 ₁ = 1 = V, ท, & En= 2,n, การสะท้อน ผลง แสง จากภาพ เมื่อแสงเคลื่อนที่เปลี่ยนตัวกลาง จะเกิดการหักเห และสะ กวน โอยมีนิยามว่า TN แสดง TSสะท้อนบนผิวระนาบ แสงที ง เล่นสัมผัส แสง สะ น P f (focus) มุมตกกระทบ - มุมสะท้อน โดย แบ่งเป็น 2 แบบ 1) สะท้อนบนผิวระนาม และ สะกอน แสงบนกระจก ผิวโค้ง C c Center)
ページ2:
โดยกระจกแบบถัง มี 2 แบบ คือ 1 กระจกเว้า 2 กระจกนูน Optical Direction- incident →→→→→→ light axis Mirror - surface กระจกเว้า Direction incident light Ev Optical axis Mirror surface V F C กระจกนูน จุด focus คือจุดที่มีสีขาวนะทีมเข้าตา C โดยภาพจากกระจก ผิวถึงจะสามารถ ทา ตำแหน่ง +1 = 2 R P 9 P = ตำแหน่งวัตถุ - ตำแหน่ง 103 ภาพ R = มีความถึง (1) - โดยจุด จะมีความยาวครึ่งหนึ่งของ ทำให้เราได้อีก 2 สมการ คือ = » C ) +1 1 = และ f = R P 9 2 กำลังขยาย คือ อัตราส่วนระหว่าง ขนาดภาพต่อวัตถุ M = h q h วิธีการเขียน แผนภาพ (กระทา เทา) bject C 2 pr 2 Real Image 3' Concave ค่า M 20 ภาพจะตัวตั้ง ค่า M40 ภาพจะเป็นตัวกลับ จุดโฟกัส 1 ลากเส้นรังสี จากจุด P (จุด ของภาพ) และ เมื่อ ชนกระจก ให้สะก่อน มาจัดจุด 2. ลากเส้น ทุกๆๆ จาก ทะลุผ่านจุดโฟกัส และ สะท้อน กลับมา โดยลากให้ขนานกับเส้น ที่วางวัตถุ 3 ลากเส้นจากจุด / ลากผ่านจุด C ยอดของวัตถุจะอยู่บนจุดตัดของทั้ง 3 เส้น ๆ
ページ3:
× 10 = 3 × 10 x วิธีการ เขียน ภาพสะกอน ( กระจกนูน) Object (b) การหักเทของแสง 3 1' Convex P' Virtual image 1 ลากเส้นขนานกับฐาน และจะสะท้อนกันเป็นเส้นที่ลากเข้าจุด 2 เส้นที่ 2 จาก เส้นจากจุด เอาหางจุด โดยความสูง ๑๐ ภาพจะ มีขนาดเท่ากับจุดที่ เส้นที่ 2 ชั้นกระจก 3 จากจากจุด P ไม่จุด C ณ จุดที่ขัดกับ เส้นที่ลาก เอาจุด ของเส้นแรก เมื่อแสงเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางที่เปลี่ยนแปลงไป จะทำเส้นรังสีเปลี่ยนทิศทาง เพราะ พลังงานบางส่วนจะถูกสะท้อนกลับมาตัว กลางตัวที่ 1 และที่เหลือจะส่งต่อตัวกลางที่ 2 โดยมีกฎการทักทา - ชนิด เทของตัวกลางที่ 2 มุมตกกระทบ nsin, sin = ดัชนี ทักเทของตัวกลางที การตกเทลงคลื่น ทรงกลมที่ผิวระนาม ท, n₁ Y - n 10 มุมหักเห (ยิ่ง ๆ มาก มุมยิ่งเข้าใกล้เส้น ซึ่งฉาก) กำหนดให้ 0 ชื่อตกที่แผ่คลื่นแสงออกมาทุกทิศทาง มีทั้งสิ่งกระทบ รอยต่อของตัวกลาง 9 y = Y n, cos Ba n, cos 6 การสะกดกลับหมด เป็น ปรากฎการณ์ ที่เกิดจาก แสงที่เหลือแจก ที่ๆมีดัชนีหักเหสูงไม่ มุมวิกฤต คือ มุมตกกระทบที่ทำให้ แสง เกิดการหักเห เป็น มุม 10 โดยมีสูตร มุมอ = sin() ก
ページ4:
การหักเท เอง เส่งผ่าน ผิวโค้ง ในกรณีที่เพิ่งเดินทางจากตัวกลางหนึ่ง เข้าสู่อีกตัวกลางหนึ่ง แสงที่เกิดการหักเหทำให้เกิดภาพ 040 + do di = ระยะวัตถุ ระยะภาพ เลนส์ บาง (Thin Lenses) สมการหาความยาวโฟกัส 1 F สมการ ทาระยะภาพและวัตถุ กาลงมาฝ = (1, -1)( ๆ 1 M--4 M = _! 0 + 1 = F p q f 1 -0 R 1 R₂ มีความโค้ง 1 40 ภาพหัวกลม ภาพทัว ง m>0 f เลนถนน เลนส f
ページ5:
ฟิสิกส์ วงจวงตา กําลัง ของเลนส์ P P = 1 รวมเลนส์ ทมีเลนส่ง ยกัน กำลังรวม P ปัญหาสาย Photal = P₁ + P₂ + .... อื่น : มองไกลไม่ชัด ภาพตกก่อนถึงเรติน่า ใช้เลนส์ เจ้า ยาว : มองใกล้ไม่ชัด ภาพจาก เลย เรติน่า ใช้เลนส์นูน โพราไรเซชั่น P คือ แสงที่มีสนามไฟฟ้าขึ้นในระนาบเดียว โดยธรรมชาติ แสงจะวิ่งทุกทิศทาง โดยวิธีที่จะทำให้แสงเกิดการโพลาไร การวาง แผ่นโพลารอยด์ แผ่น โฟลาวนด์ แสงที่ผ่านการโพลาไรซ์ Axis แสงแนนยังไม่ผ่าน โพลาไรซ แสงปกติ (Unpolarized Direction of ray light โดย เมื่อแสงผ่านแผ่นโพลารอยด์ แผ่นแรก ความเข้มแสงจะเหลือหนึ่งเดียวเสมอ กฎของมาลุส (ใช้กับ แผ่นโพลารอยด์ แผ่นที่ 2 ขึ้นไป) ' I₁₂ = 1, cos² 0 2 ทวีก I 1₂ = 11, cos³0 2 20 I = 50 W m 2
ページ6:
การแทรกสอด และ ของเคนดู ถ้ามีกลิ่น 2 ชนิด ที่เดินทางมาชนกัน โดยมี “ผลต่างระยะทาง (3) มีนิยามว่า s = r₂-r₂ 2 โดย มีสูตรทาแกนสว่าง ใจ S ทาแกนสว่าง = m ทรล ทวีค S = sine ระยะห่างระหว่างช่อง ทาเกมมือ m - ลาดับ ของ เกมสว่าง $ = m+ >>> ทวีก &sin 0 = (m + 3) + dsine - mak ระยะ ในฉาก (9) ถ้า 6 นอยมาก Sine : fan 6 = yl ดังนั้น สูตรในการชกแทนสว่าง mh y = การแทรกสอดใน ฟิลม์ บาง เมื่อ แสงตกกระทบ ฟิล์มบางจะเกิดการสะท้อน และถูกเทบริเวณรอยต่อ และ การสะท้อน และทุกเทจนทำให้ เกิดลำแสง 2 ลำ หรือมากกว่า มาแทรกสอดกัน Air A Film B Air 180° phase change 2 No phase change โดยทั้งสี่ตัวแรก จะสะท้อนแผ่นฟิลม์ และรังสีตัวที่ 2 จะทักเทเข้าไปในฟิลม์ และจะแกล้มมา จะสรุปได้ว่า รังสีที่ 2 จะเดินทางได้ไกลกว่า วังสีตัวเทา (2) ความหนา ของ แผ่นฟิลม์
ページ7:
กฎการเปลี่ยนเฟส จากการสะท้อน มีอยู่ 2 รูปแบบ การสะท้อนแมน ก สะท้อนแมน ก high TON →> n tow : Phish : เฟสเปลี่ยน 180 เฟสไม่เปลี่ยน หรือ เฟส 0 โดยความยาวของคลื่นแสง ในตัวกลางที่มีค่าดัชนีหักเหของแสง 'n โดยมี 2 กรณี อ ความยาวแสง ในสมญากาศ 2 ท กรณี 1 : เฟสเปลี่ยน ต่างกัน (1 ช่างสะท้อน เปลี่ยน อีกข้างไม่เปลี่ยน) → พบบ่อยใน : ฟองสบู่ (อากาศ - นา + อากาศ) แกนสว่าง (Constructive) : Ant = (m + 1) 42 (Destructive): 2nt = m² n+ กรณี 1 : เฟสเปลี่ยน เหมือนกัน” (เปลี่ยนทั้ง 2 ข้าง หรือ ไม่เปลี่ยน และทั้งคู่ * แถมสว่าง Ant = mA - แกนมีด 2 = (14) วงแหวนนิวตัน เป็นการประยุกต์ ใช้ฟิล์มบางรูป ของ สองว่างอากาศ" ระหว่างเลนส์นูนกับแผ่นแก้วทน โดย ที่จุดศูนย์กลาง (120) : จะเห็นเป็น จุดมืด เสมอ เพราะรังสีที่สะท้อนจากผิวงาน แล้วกลุ่มเฟส (4) แต่ผิวนั้นไม่กลิ่น เฟสเลยที่กลางกัน สาว เคลื่อนไม่สะท้อนแสง ความหนาฟิลม์ ที่ห้อย ที่หอยที่สุด t An
ページ8:
การเลี้ยวเบน ในช่อง แถมเดี่ยว โดยพฤติกรรมของแสง เมื่อผ่านช่องเกมเดียวที่มีความกว้าง 4. แสงจะแผ่ออก และเกิดการแทรกสอดกันเอง Aed จากรูปจะเห็นได้ว่า แสงจะ แผ่นมาก และ ภาพที่ปรากฏบนฉาก จะมีแถบสร้างใน ของกลาง โดย ตรงกลาง จะมีขนาดกว้าง ที่สุด และ ข้างจะ เป็น แถม มีดสลับกัน แถมสว่างที่เล็กลงเรื่อยๆ โดยมีสูตรการทแถมมือ ซึ่งเกิดจากคลื่นแสงที่วิ่งออกมาจาก ขอบมน และขอบล่างของสอง จนท์กลางกันเอง สว ลานแกมมอ Asine = m ความยาวคลื่น ความกว้างช่องเขียว เกรตติ้ง และรังสี 1 diffretion grating ไว้จำนวน ทุกลำดับ แห่ง m Second-order principal maximum 4-sin 6 = mA โดย A- 1 โดย N แทนจำนวน เงิน / เมตร n Obright m=-2 Light intensity Twin (Bragg's Law) ใช้กับผลึก โดยมี สุตร 2sin 65 mx เช่น 0=7° d= -10 2.8 x 10 10 10 Ex เส้นสเปก ซัมอันดับที่ 1 ของลำแสงวิ่งสี่ 1 โดยกระทิง ทำมุม 1 กับระนาบ ผลึกที่อยู่ในระยะ 2.3 ซึ่งสั่งอม จงหาค่า ความยาวกลืน ของ รังสี เอกซ์ 24sin A = ma -10 (2) (2.8 × 10) sin (7) = } 6.824×10 2 -H m 3 :λ 0.06824nm = 2
他の検索結果
おすすめノート
このノートに関連する質問
Undergraduate
ฟิสิกส์
ช่วยหน่อยค้าบบ
Undergraduate
ฟิสิกส์
ทำไมตอนที่ A ห่างกับ B H เเล้ว Sa ถึง = 2h/3 หรอคะ
Undergraduate
ฟิสิกส์
ข้อนี้ทำยังไงคะ
Undergraduate
ฟิสิกส์
A conductor in electrostatic equilibrium contains a cavity in which there are two point charges, +5microCoulombs and - 12microCoulombs. The conductor itself carries a net charge of - 4microCoulombs. How much charge is on (a) the inner and (b) the outer surface of the conductor?
Undergraduate
ฟิสิกส์
อยากสอบถามวิธีการหาขนาดของโมเมนต์(Mo) พอรู้อยู่แล้วว่า Mo = r x F แต่ทว่าในรูปนี้ จุด A ไม่ได้อยู่เหนือจุด O ทำให้ไม่สามารถหา F ได้ค่ะ รบกวนช่วยชี้แนะด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
Undergraduate
ฟิสิกส์
ต้องวาด FBD ยังไงคะ วิชาฟิสิก ปี1 แพทย์ค่ะะ
News

コメント
コメントはまだありません。