สรุป 8 Parts of Speech🐻🍯
5
45
0
Senior High 全学年
โน้ตเซตนี้คือ "คัมภีร์แผนภาพสรุปหลักไวยากรณ์พื้นฐานภาษาอังกฤษ (Infographic Grammar Map)" ที่รวบรวมโครงสร้างของคำทั้ง 8 ประเภท (Parts of Speech) เอาไว้ด้วยกัน ง่ายต่อการทำความเข้าใจ🦋
ノートテキスト
ページ1:
N. NOUN (คำนาม) คือคำที่ใช้เรียกแทนคน สัตว์ สิ่งของ ตำาแหน่งของคำนามในประโยค 1. อยู่หน้าประโยค: ทำหน้าที่เป็นประธาน Cats sleep. คำลงท้ายที่บอกว่าเป็นคำนาม (Suffixes) -tion, -sion เช่น action, discussion -ment เช่น enjoyment, development -ness เช่น happiness, darkness -ity / -ship เช่น ability, friendship -er, -or เช่น teacher, computer 2. อยู่หลังคำกริยา: ทำหน้าที่เป็นกรรม I love music. 3. อยู่หลังคำนำหน้านาม: ตามหลังคำระบุตัวตน (a, an, the, some, this) a book 4. อยู่หลังคำแสดงความเป็นเจ้าของ: ตามหลังคำบอกเจ้าของ (my, your, his, her) 5. อยู่หลังคำคุณศัพท์ (Adjective): เพื่อรับการถูกขยาย beautiful woman my car 6. อยู่หลังคำบุพบท: ตามหลังคำเชื่อมสถานที่/เวลา (in, on, at, with, for) in Bangkok วิธีแยกประเภทคำนาม . 1. ดูความเจาะจง • คํานามทั่วไป: ใช้ตัวพิมพ์เล็ก เช่น city, dog • คํานามเฉพาะ: ต้องขึ้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ เช่น Bangkok, Monday . 2. ดูการนับ • คํานามนับได้: แยกเป็นชิ้นได้ มีทั้งเอกพจน์/ พหูพจน์ เช่น cat, cats คํานามนับไม่ได้: ของเหลว แก๊ส แนวคิด เช่น water, rice, money 3. ดูการจับต้อง • คำนามรูปธรรม: จับต้องมองเห็นได้ เช่น table, phone • คํานามนามธรรม: ความรู้สึก แนวคิด แปลว่า การ/ความ เช่น happiness, love ข้อยกเว้นเพิ่มเติม คำนามที่อยู่โดดๆ ได้เลยโดยไม่ต้องมีคำนำหน้าและ ไม่ต้องเติม ร คือ คำนามนับไม่ได้ และ คำนาม เฉพาะ เช่น water, Sarah, Thailand ! กฎสำคัญในการใช้คำนามนับได้ คํานามนับได้ทั่วไป ห้ามอยู่โดดๆ ในประโยค ต้องเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ
ページ2:
1. ถ้ามีแค่ 1 สิ่ง (เอกพจน์): ต้องมีคำนำหน้านามเสมอ เช่น a car หรือ my dog 2. ถ้าพูดถึงในภาพรวมทั่วไป (พหูพจน์): ต้องเติม s หรือ es ข้างหลังเสมอ เช่น I like dogs, หรือ Cats are cute.
ページ3:
V. VERB คําลงท้ายที่บอกว่าเป็นคำกริยา (Suffixes) (คำกริยา) คือคำที่ใช้แสดงการกระทำ สถานะ หรือสภ -ate เช่น create, educate ตำแหน่งของคำกริยาในประโยค 1. อยู่หลังประธาน: ทำหน้าที่แสดงการกระทำหลักของประธาน -ify เช่น clarify, purify -ize, -ise เช่น organize, realize -en เช่น shorten, widen He runs every morning. 2. อยู่หลังคำกริยาช่วย: คำกริยาหลักจะตามหลังกริยาช่วย (can, will, should, must) I can swim. 3. อยู่หน้าประโยคคำสั่ง: เป็นการขึ้นต้นประโยคเพื่อสั่งหรือขอร้อง Open the door. ประเภทของคำกริยาที่ควรรู้ 1. กริยาหลัก (Lexical Verb) คือคำที่บอกความหมายหลักชัดเจนในตัวเอง เช่น walk, eat, sleep 2. กริยาช่วย (Helping / Auxiliary Verb) คือคำที่เข้ามาช่วยเสริมเรื่องเวลา (Tense) หรือ แสดงความต้องการ/เป็นไปได้ เช่น is, am, are, was, were, do, does, did, have, has, had, can, will, should, must 3. กริยาที่ต้องการกรรม (Transitive Verb) คือกริยาที่พูดลอยๆ ไม่ได้ ต้องมีกรรมมารับข้างหลัง ถึงจะเข้าใจ I buy a car. 4. กริยาที่ไม่ต้องการกรรม (Intransitive Verb) คือกริยาที่แสดงการกระทำสมบูรณ์ในตัวเอง ไม่ต้อง He sleeps. มีกรรมมารับ ! กฎสำคัญในการใช้คำกริยา คำกริยาหลักในประโยคจะต้องเปลี่ยนรูปไปตามประธานและช่วงเวลา (Tense) เสมอ 1. เปลี่ยนตามประธาน: ในเหตุการณ์ปัจจุบัน (Present Simple) * ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ (คนเดียว) กริยาต้องเติม s หรือ es เช่น He walks. ถ้าประธานเป็นพหูพจน์ (หลายคน) กริยาไม่ต้องเติม s เช่น They walk.
ページ4:
2. เปลี่ยนตามเวลา: กริยาจะเปลี่ยนรูปเพื่อบอกอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต เช่น อดีตเติม ed หรือเปลี่ยนรูปกริยา 3 ช่อง เช่น walk → walked หรือ eat ate
ページ5:
Adj. ADJECTIVE (คำคุณศัพท์) คือคำที่ใช้ขยายคำนามหรือสรรพนาม คุณสมบัติ ตำาแหน่งของคำคุณศัพท์ในประโยค คำลงท้ายที่บอกว่าเป็นคำคุณศัพท์ (Suffixes) -ful, -less เช่น beautiful, careless -al, -ive เช่น central, expensive -ous, -able เช่น famous, comfortable -ic, -ish เช่น romantic, childish -y เช่น lucky, rainy 1. อยู่หน้าคํานาม: วางไว้ติดกับคำนามที่ต้องการขยายโดยตรง He bought a new car. 2. อยู่หลัง Verb to be: ใช้บอกลักษณะของประธาน She is very smart. 3. อยู่หลัง Linking Verb: กริยาเชื่อมบอกสภาพ (เช่น look, feel, taste, smell, sound) The food tastes good. ประเภทของค่าคุณศัพท์ที่พบบ่อย 1. Descriptive (บอกลักษณะทั่วไป) บอกรูปร่าง หน้าตา สี ขนาด ความรู้สึก เช่น tall, beautiful, blue, big, sad 2. Quantitative (บอกปริมาณ/จำนวน) บอกว่ามีมากน้อยเท่าไหร่ หรือจำนวนเท่าใด เช่น many, much, some, many, two, first 3. Possessive (แสดงความเป็นเจ้าของ) ต้องวางหน้าคํานามเพื่อบอกว่าเป็นของใคร เช่น my, your, his, her, its, our, their 4. Demonstrative (ชี้เฉพาะเจาะจง) ใช้ระบุบ่งชี้ว่าเป็นสิ่งไหน อันไหน เช่น this, that, these, those ! กฎสำคัญ: การเรียงลำดับคำคุณศัพท์ (Order of Adjectives) เมื่อมีค่าคุณศัพท์หลายคำมาขยายคำนามตัวเดียวกัน ต้องเรียงลำดับจากซ้ายไปขวา ดังนี้: ♥ Size (ขนาด) - Age (อายุ/ความเก่าใหม่) Opinion (ความเห็น) Color (สี) = 2 Origin (ที่มา/สัญชาติ) ตัวอย่างการเรียง: = * Material (วัสดุ) Shape (รูปร่าง) © [ คํานามหลัก] A beautiful (ความเห็น) + big (ขนาด) + old (อายุ) + black (สี) + leather (วัสดุ) + jacket (นาม)
ページ6:
Adv. ADVERB คำลงท้ายและรูปแบบของ Adverb (Suffixes) (คำกริยาวิเศษณ์) คือคำที่ใช้ขยายกริยา (Verb) คุณ -ly (เปลี่ยนจาก Adj) เช่น quickly, beautifully กันเอง เพื่อให้ความหมายชัดเจนขึ้น ตำาแหน่งและการขยายของคำกริยาวิเศษณ์ -ly (ยกเว้นคำที่เป็น Adj) เช่น friendly, lovely -wards เช่น backwards, towards -wise เช่น clockwise, likewise รูปเดิมเสมอ (Flat Adj) เช่น fast, hard, late 1. ขยายคำกริยา (Verb): มักวางไว้หลังกริยาหลัก หรือท้ายประโยค She speaks English fluently. 2. ขยายคำคุณศัพท์ (Adjective): วางไว้ข้างหน้าคำคุณศัพท์เพื่อบอกระดับความเข้มข้น The water is extremely hot. 3. ขยายกริยาวิเศษณ์ด้วยกันเอง (Adverb): วางไว้ข้างหน้า Adverb อีกตัวหนึ่ง He ran very fast. ประเภทของคำกริยาวิเศษณ์ที่ควรรู้ 1. Adverb of Manner (บอกอาการ/ท่าทาง) ตอบคำถามว่าทำา "อย่างไร" เช่น slowly, well, happily, loudly, carefully 2. Adverb of Time (บอกเวลา) ตอบคำถามว่าทำา "เมื่อไหร่" เช่น yesterday, today, now, soon, tomorrow 3. Adverb of Place (บอกสถานที่) ตอบคำถามว่าทำ "ที่ไหน" เช่น here, there, everywhere, upstairs, inside 4. Adverb of Frequency (บอกความถี่) ตอบคำถามว่าทำ "บ่อยแค่ไหน" เช่น always, usually, often, sometimes, never › กฏระวัง: ความหมายที่เปลี่ยนไปเมื่อเติม -ly คําคุณศัพท์บางคําเมื่อใช้ในรูปเดิมหรือเติม -ly จะมีความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง! • Hard (หนัก/พยายามอย่างมาก) Hardly (แทบจะไม่) | • Late (สาย/ดึก) Lately (เมื่อเร็วๆ นี้/ช่วงนี้) • High (สูง) 3 Highly (อย่างมาก/อย่างสูง) He works hard. / He hardly works. She arrived late. / I haven't seen her lately. The bird flies high. / It is highly recommended.
ページ7:
Pron. PRONOUN คําลงท้ายกลุ่มสรรพนามไม่เจาะจง (Suffixes) (คำสรรพนาม) คือคำที่ใช้เรียกแทนคำนาม เพื่อหลีก -body เช่น somebody, anybody, nobody ตำาแหน่งและหน้าที่ของคำสรรพนาม -one เช่น someone, everyone, no one -thing เช่น something, everything -self / -selves เช่น myself, themselves 1. ทำหน้าที่เป็นประธาน (Subject): วางไว้หน้าคำกริยาหลักเพื่อแสดงผู้กระทำ They love playing football. 2. ทําหน้าที่เป็นกรรม (Object): วางไว้หลังคำกริยาหรือหลังคำบุพบท (Preposition) John gave it to me. 3. ใช้แสดงความเป็นเจ้าของโดยไม่มีนามตามหลัง: วางโดดๆ ท้ายประโยค This book is mine. ประเภทของคำสรรพนามที่พบบ่อย 1. Personal (บุรุษสรรพนาม) ใช้แทนตัวบุคคล สัตว์ หรือสิ่งของ แยกเป็นรูป ประธานและรูปกรรม เช่น I, you, we, they, he, she, it, me, him, her, us, them 2. Possessive (แสดงความเป็นเจ้าของ) ใช้แทน "นามที่เป็นเจ้าของ" ไม่ต้องมีคำนามต่อท้าย เด็ดขาด เช่น mine, yours, his, hers, ours, theirs 3. Reflexive (สะท้อนกลับตัวเอง) เน้นว่าประธานเป็นคนทำสิ่งนั้นด้วยตัวเอง หรือได้รับ ผลเอง เช่น myself, yourself, himself, ourselves, themselves 4. Indefinite (ไม่ชี้เฉพาะเจาะจง) ใช้พูดถึงคนหรือสิ่งของแบบรวมๆ ไม่ระบุเจาะจงว่า เป็นใคร สิ่งไหน เช่น someone, everything, anyone, nobody, all, some ตารางสรุปรูปแปลงของ Pronoun ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ ห้ามสับสนระหว่าง สรรพนามเจ้าของ (ไม่ต้องมีนามตามหลัง) กับ คุณศัพท์เจ้าของ (ต้องมีนามตามหลังเสมอ) ประธาน (Subject) กรรม คุณศัพท์เจ้าของ (Adj. + สรรพนามเจ้าของ สะท้อนตนเอง (Object) Noun) (Pronoun) (Reflexive) I me my (car) mine myself You yourself / you your (car) yours yourselves
ページ8:
ประธาน (Subject) กรรม (Object) คุณศัพท์เจ้าของ (Adj. + สรรพนามเจ้าของ สะท้อนตนเอง Noun) (Pronoun) (Reflexive) We us our (car) ours ourselves They them their (car) theirs themselves He him his (car) his himself She her her (car) hers herself It it its (car) its itself
ページ9:
Prep. PREPOSITI สัญลักษณ์และข้อสังเกตสำคัญ - Preposition จะต้องมีกรรม (Object) มา (คำบุพบท) คือคำที่ใช้เชื่อมคำนาม สรรพนาม หรือวลี รับข้างหลังเสมอ โดยกรรมนั้นมักจะเป็น คำนาม ความสัมพันธ์ (Noun), สรรพนามรูปกรรม (Object Pronoun) หรือกริยาเติม ing (Gerund) กฎเหล็กและตำแหน่งของคำบุพบท 1. วางหน้าคำนาม (Noun): เพื่อระบุความสัมพันธ์ของนามนั้น The book is on the table. 2. วางหน้าสรรพนามรูปกรรม (Object Pronoun): This gift is for her. 3. วางหน้ากริยาเติม -ing (Gerund): กริยาที่ตามหลังบุพบทต้องเป็นรูป -ing เสมอ She is good at swimming. ประเภทของคําบุพบทที่ออกสอบบ่อย 1. Preposition of Place (บอกสถานที่/ ตำแหน่ง) บอกว่าสิ่งนั้นอยู่ที่ไหน เช่น in, on, at, under, between, behind, in front of, next to 2. Preposition of Time (บอกเวลา) บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เช่น in, on, at, since, for, during, before, after, until 3. Preposition of Direction (บอกทิศทาง) บอกการเคลื่อนที่หรือทิศทาง เช่น to, into, onto, through, across, towards, past 4. Preposition of Relationship (บอกความ สัมพันธ์) บอกวัตถุประสงค์ วิธีการ หรือความเป็นเจ้าของ เช่น for, with, by, of, about, without ! สรุปการใช้พี่น้อง 3 ใบเถา: IN / ON / AT ที่ชอบออกข้อสอบ การบอกสถานที่ (Place): • AT (จุดเฉพาะเจาะจง) at the station, at school, at home • ON (บนพื้นผิว / บนถนน) on the wall, on Sukhumvit Road, on the bus • IN (ในพื้นที่ปิด / เมือง / ประเทศ) การบอกเวลา (Time): • AT (เวลาเป๊ะๆ / เลาตามนาฬิกา) in a box, in Bangkok, in Thailand at 8 o'clock, at noon, at night
ページ10:
• ON (วัน / วันที่ / วันสำคัญ) on Monday, on Christmas Day, on July 4th • IN (ช่วงเวลาเดือน / ปี / ฤดูกาล / ศตวรรษ) in June, in 2026, in summer, in the morning
ページ11:
Conj. CONJUNCT สูตรลับช่วยจํากลุ่ม FANBOYS F - For (เพราะว่า) | A - And (และ) (คำสันธาน) คือคำที่ทำหน้าที่เชื่อมคำ วลี หรือประโยค N - Nor (ไม่ทั้งสอง) | B - But (แต่) สละสลวยและสัมพันธ์กัน O - Or (หรือ) | Y - Yet (แต่ทว่า) S - So (ดังนั้น) กฎเหล็กและข้อพึงระวังในการเชื่อมประโยค 1. หลัก Parallelism (ความสอดคล้อง): หน้าและหลังคำเชื่อมประเภทพิกัด (Coordinating) ต้องเป็นคำประเภท เดียวกัน She is beautiful and smart. (Adj + Adj) 2. การใช้เครื่องหมายจุลภาค (Comma): เมื่อใช้กลุ่ม FANBOYS เชื่อมประโยคสมบูรณ์ (Independent Clauses) 2 ประโยค จะต้องมี comma นำหน้าเสมอนะครับ I wanted to go, but it rained. 3 ประเภทหลักของคำสันธานที่ต้องแยกแยะ 1. Coordinating Conjunction (คำสันธาน ประสาน) เชื่อมสิ่งที่มีความสำคัญเท่ากันในระดับเดียวกัน (คำ วลี หรือประโยคอิสระ) มีแค่ 7 ตัวจำง่ายคือกลุ่ม FANBOYS 2. Subordinating Conjunction (คำสันธาน รอง) ใช้เชื่อมประโยครอง (Dependent Clause) เข้ากับ ประโยคหลัก เพื่อบอกเหตุผล เวลา เงื่อนไข เช่น because, although, if, since, when, unless 3. Correlative Conjunction (คำสันธานคู่) คำสันธานที่ต้องมาแพ็กคู่เสมอเพื่อเชื่อมใจความที่เท่าเทียมกัน เช่น either...or.. (อย่างใดอย่างหนึ่ง), neither...nor... (ไม่ทั้งสอง), not only...but also... (ไม่เพียงแค่...แต่ยัง....) ! จุดสับสนยอดฮิต: คำสันธาน (Conjunction) VS คำบุพบท (Preposition) ความหมายเหมือนกันเป๊ะ! แต่วิธีตามหลังตามหลักไวยากรณ์ไม่เหมือนกันเด็ดขาด กลุ่มแสดงเหตุผล (Because) • Because / Although / Since [+ ประโยคที่มีประธานและกริยา] We stayed inside because it rained. • Because of / Due to / In spite of [+ คำนาม หรือ วลี เท่านั้น] We stayed inside because of the rain.
ページ12:
กลุ่มแสดงความขัดแย้ง (Although) Although / Even though [+ ประโยคที่มีประธานและกริยา] Although it was cold, we went swimming. • Despite / In spite of [+ คำนาม หรือ วลี เท่านั้น] Despite the cold weather, we went swimming.
ページ13:
Inter. INTERJECT เครื่องหมายคู่หูคําอุทาน ! Exclamation Mark (!) คือเครื่องหมายที่ (คำอุทาน) คือคำหรือวลีสั้นๆ ที่เปล่งออกมาเพื่อแสด มักจะตามหลังคำอุทานเสมอเพื่อเน้นน้ำหนักของ ของผู้พูดอย่างฉับพลัน อารมณ์ เช่น Wow!, Ouch! หรืออาจใช้ เครื่องหมาย Comma (,) ในกรณีที่อารมณ์ไม่ รุนแรงมาก ตำาแหน่งและลักษณะสำคัญตามหลักไวยากรณ์ 1. วางโดดๆ ไว้หน้าประโยค: มักวางไว้ต้นประโยคเพื่อกำหนดโทนอารมณ์รวมของคำพูดที่จะตามมา Oh, I didn't see you there. 2. ไม่มีโครงสร้างทางไวยากรณ์ผูกมัด: คำอุทานสามารถตัดออกจากประโยคได้ โดยไม่ทำให้ประโยคหลักเสีย ความหมายหรือผิดหลักแกรมม่า [Ouch!] That really hurt. ค่าอุทานแยกตามโทนอารมณ์ความรู้สึกที่พบบ่อย 1. Expressing Joy / Approval (ยินดี / ถูกใจ) แสดงความดีใจ ชื่นชม หรือสะใจ เช่น Hurrah!, Wow!, Yay!, Bravo!, Great! Yay! We won the match. 2. Expressing Pain / Grief (เจ็บปวด / เสียใจ) แสดงความเจ็บปวดทางกายหรือผิดหวัง เช่น Ouch!, Oh no!, Alas!, Ah! Ouch! That hot coffee burnt my tongue. 3. Expressing Surprise (ประหลาดใจ / ตกใจ) แสดงอาการคาดไม่ถึง คาดคิด หรือตกใจ เช่น What!, Oh my God!, Gosh!, Oops! Oops! I dropped my phone again. 4. Calling Attention / Hesitation (เรียกร้องสนใจ / ลังเล) ใช้เรียกร้องความสนใจหรือเวลาคิดคำพูด เช่น Hey!, Look!, Shh!, Um..., Er... Shh! The baby is sleeping. ! ข้อระวังในข้อสอบและการเขียนระดับสากล การเลือกใช้เครื่องหมายวรรคตอนคู่กับค่าอุทาน มีผลต่อระดับความเป็นทางการและอารมณ์ • อารมณ์แรงกล้า (Strong Emotion): ใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) หลังคำอุทาน และคำถัดไปที่ขึ้นประโยคใหม่ต้อง เป็นตัวพิมพ์ใหญ่เสมอนะครับ Wow! That is a massive building.
ページ14:
• อารมณ์เบาบาง (Mild Emotion / ในงานเขียนทั่วไป): ใช้เครื่องหมายจุลภาค (,) คั่น และเขียนไหลต่อไปในประโยค เดียวกันได้เลยโดยไม่ต้องตัดประโยค Oh, I forgot to buy milk. • ความเป็นทางการ (Formal Writing): ในการเขียนบทความวิชาการ รายงานวิจัย หรืออีเมลธุรกิจ ควรหลีกเลี่ยงการ ใช้คำอุทานเด็ดขาด เนื่องจากจะลดความน่าเชื่อถือของเนื้อหา
他の検索結果
おすすめノート
[GAT/PAT] ENGก่อนสอบ
1483
5
[O-NET] Eng ERROR
1382
4
このノートに関連する質問
Senior High
ภาษาอังกฤษ
ช่วยสองข้อนี้หน่อยได้ไหมคะ เป็นเรื่อง Parts of Speech เกี่ยวกับ คำNoun ค่ะ ช่วยหน่อยได้ไหมคะ ไม่เข้าใจเรื่องนี้เลยค่ะ 😭🙏🙏🙏😭
Senior High
ภาษาอังกฤษ
ช่วยหน่อยได้ไหมคะ เรื่อง Parts of speech หาข้อละ ตามจำนวนเลขสีเเดงเลยค่ะ เรียนเรื่องนี้ไม่เข้าใจเลยค่ะ หาตามหัวข้อที่กำหนดเลยค่ะ ช่วยหน่อยนะคะ ไม่เข้าใจเรื่องนี้จริงๆเลยค่ะ 🙏🙏😭😭 ช่วยหน่อยนะคะ #ทำไปได้เท่านี้เองค่ะ ไม่รู้ทำถูกไหม ทำไม่เป็นเลยค่ะ🙏😭
Senior High
ภาษาอังกฤษ
ช่วยหน่อยได้ไหมคะ เรื่อง Parts of speech หาข้อละ ตามจำนวนเลขสีเเดงเลยค่ะ เรียนเรื่องนี้ไม่เข้าใจเลยค่ะ หาตามหัวข้อที่กำหนดเลยค่ะ ช่วยหน่อยนะคะ ไม่เข้าใจเรื่องนี้จริงๆเลยค่ะ 🙏🙏😭😭 ช่วยหน่อยนะคะ
Senior High
ภาษาอังกฤษ
รุ่นพี่ที่เคารพรักทุกท่าน ช่วยอธิบายหน่อยค่า ว่าควรทำยังไร
Senior High
ภาษาอังกฤษ
ช่วยตรวจหน่อยค้าบ ว่ามีตรงไหนผิดหรือเปล่า ขอบคุณล่วงหน้านะคะ🌷✨
Senior High
ภาษาอังกฤษ
อยากทราบว่ารูปประโยค 'Those men plan to start his project on Monday.' ถูกหลักไวยากรณ์ดีรึยังคะ
Senior High
ภาษาอังกฤษ
ใครรู้ช่วยตอบหน่อยนะคะ🥺
Senior High
ภาษาอังกฤษ
English m.4 ตอบอะไรบ้างค่ะ💜💙
Senior High
ภาษาอังกฤษ
English ม.4 ตอบอะไรหรอค่ะ🥰
Senior High
ภาษาอังกฤษ
อยากเก่งอังกฤษทำไงค่ะ ปวช.1ค่ะ
News
コメント
コメントはまだありません。