History
中学生

ช่วยออกแบบในการสอน

b ๑. ความสำคัญของเวลาและช่วงเวลา ประวัติศาสตร์มีความสัมพันธ์กับเวลาอย่างมาก เพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าเหตุการณ์ใน ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อใด มีคำที่ใช้บอกเวลาหลายอย่าง เช่น อดีต ยุคสมัย ทศวรรษ (๑๐ ปี) ศตวรรษ (๑๐๐ ปี) สหัสวรรษ (๑,๐๐๐ ปี) ซึ่งคำดังกล่าวแสดงเวลาในประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังใช้ศักราชมาบอกเวลาให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้รู้ว่าเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อใดหรือ ช่วงเวลาใด ศักราชที่ใช้ในประวัติศาสตร์ไทยมีหลายอย่าง ที่นิยมใช้กันมาก ได้แก่ พุทธศักราช (พ.ศ.) มหาศักราช (ม.ศ.) จุลศักราช (จ.ศ.) และรัตนโกสินทรศก (ร.ศ.) แต่ศักราชดังกล่าวเริ่มนับ ไม่พร้อมกัน จึงควรรู้วิธีเทียบศักราชแบบต่าง ๆ เพื่อจะได้เข้าใจเรื่องเวลาและเหตุการณ์ตรงกัน เวลาและช่วงเวลามีความสำคัญต่อการบอกเล่าเรื่องราวสำคัญในประวัติศาสตร์ ดังนี้ เวลาในประวัติศาสตร์ นิยมบอกเป็นปี เช่น พ.ศ. ๒๔๒๖ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐ์อักษรไทย ถ้าต้องการให้รู้ชัดเจนมากขึ้น เพราะมีความสำคัญ มาก จะบอกเป็น วัน เดือน ปี เช่น พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ วันปิยมหาราช ตรงกับ วันเสด็จสวรรคต คือ วันที่ ๒๓ ตุลาคม ช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ เป็นการบอกให้รู้เวลาที่ชัดเจนเกี่ยวกับ บุคคลหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ เช่น พ่อขุนรามคำแหงมหาราชขึ้นครองราชย์ระหว่าง พ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งสุโขทัย ขึ้นครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. ๑๘๒๒-๑๘๔๑ สมัยสุโขทัยอยู่ในช่วงเวลา พ.ศ. ๑๘๒๒-๑๘๔๑ ส่วนกุบไลข่าน (ภาพเล็ก) ปกครองจีน ระหว่าง พ.ศ. ๑๘๐๓-๑๔๓๗ ซึ่งการใช้ศักราชบอกเวลาจะ ช่วยให้เข้าใจตรงกันว่าเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เกิดขึ้น เมื่อใด เหตุการณ์ใดเกิดก่อนหรือหลัง ๓. ดังนั้น เวลาและช่วงเวลาจึงมีความสำคัญ ดังนี้ ราว พ.ศ. ๑๗๙๒-๒๐๐๖ ๑. บอกให้รู้ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นหรือสิ้นสุดในเวลาใด ช่วงเวลาใด ๒. บอกให้รู้ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมานานเท่าใดแล้วเมื่อนับถึงปัจจุบัน บอกให้รู้ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก่อนหรือหลัง เมื่อเปรียบเทียบกับ เหตุการณ์อื่นๆ R เวลาหรือ มองโกล ได้แก่ ล้านนา เปลี่ย สิ่งต่ ถือเ แล
gu ๔. บอกให้รู้ถึงความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องของเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ เพราะอยู่ใน เวลาหรือช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เช่น กุบไลข่าน หรือคูบไลข่าน (พ.ศ. ๑๘๐๓-๑๘๓๗) ข่านของพวก มองโกลที่ปกครองประเทศจีนและขยายอำนาจไปทั่วเอเชีย รวมถึงยุโรปตะวันออก ทำให้ผู้นำไทย ได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งอาณาจักรสุโขทัย พระยามังรายมหาราชแห่งอาณาจักร ล้านนา พระยาเมืองแห่งแคว้นพะเยาเป็นพันธมิตรกัน เมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๐ เพื่อปกป้องตนเอง ๕. ทำให้เข้าใจและวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์ได้ดีขึ้น เพราะกาลเวลาที่ เปลี่ยนแปลงหรือผ่านมา มนุษย์มีพัฒนาการ มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น ทำให้มนุษย์ประดิษฐ์คิดค้น สิ่งต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น เช่น โทรเลขที่เริ่มมีขึ้นในเมืองไทยสมัยรัชกาลที่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๑๑-๒๕๕๓) ถือว่ามีความสำคัญและทันสมัยมาก แต่ในปัจจุบันเป็นของล้าสมัย เพราะมีโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากกว่า ๒. การนับและการเปรียบเทียบศักราชแบบต่างๆ การศึกษาประวัติศาสตร์จะมีความสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีการระบุศักราช เพราะจะทำให้เราทราบ ว่าเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลาใด การนับศักราชในประวัติศาสตร์ไทยมีหลายแบบ ดังนี คริสต์ศักราช (ค.ศ.) ฮิจเราะห์ศักราช (ฮ.ศ.) การนับศักราชแบบต่างๆ เป็นศักราชทางคริสต์ศาสนา มีผู้นิยมใช้กันเป็นจำนวนมากทั่วโลก คริสต์ศักราชที่ ๑ เริ่มนับตั้งแต่ปีที่พระเยซูคริสต์ประสูติ (ตรงกับ พ.ศ. ๕๔๔) คำว่า คริสต์ศักราช ใช้อักษรย่อว่า ค.ศ. หรือ A.D. (Anno Domini : เป็นภาษาละติน แปลว่า ปีแห่งพระผู้เป็นเจ้า) ระยะเวลาที่ อยู่ก่อนคริสต์ศักราช เรียกว่า สมัยก่อนคริสต์ศักราชหรือก่อนคริสตกาล ใช้อักษรย่อว่า ก่อน ค.ศ. หรือ B.C. (Before Christ) เป็นศักราชทางศาสนาอิสลาม โดยยึดปีที่ท่านนบีมุฮัมมัดได้กระทำ ฮิจเราะห์ (Higra แปลว่า การอพยพโยกย้าย) คือ อพยพจากเมืองเมกกะ ไปอยู่ที่เมืองเมดินา ฮ.ศ. ๑ ตรงกับ พ.ศ. ๑๑๖๕ แต่ปีหนึ่งของฮิจเราะห์ ศักราชที่นับตามแบบจันทรคติมี ๓๕๔ วัน จึงมีความคลาดเคลื่อนกับ ปีของคริสต์ศักราชที่นับตามแบบสุริยคติมี ๓๖๕ วัน จน ๓๒ ปีครึ่ง จะต้องปรับเพิ่มขึ้นเป็น ๑ ปี ไปเรื่อย ๆ หากต้องการเทียบฮิจเราะห์ ศักราชเป็นพุทธศักราช ให้บวกด้วย ๑๑๒๒ และเทียบพุทธศักราชเป็น ฮิจเราะห์ศักราช ให้ลบด้วย ๑๑๒๒ เช่น พ.ศ. ๒๕๖๖ ลบด้วย ๑๑๒๒ ตรงกับ ฮ.ศ. ๑๔๔๔ 3
พุทธศักราช (พ.ศ.) มหาศักราช (พ.ศ.) จุลศักราช (จ.ศ.) รัตนโกสินทรศก (ร.ศ.) การนับผักราชแบบไทย พุทธศักราชเป็นศักราชทางพระพุทธศาสนา โดยไทยเริ่มนับพุทธศักราช ที่ ๑ (พ.ศ. ๑) เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ๑ ปี ส่วนบางประเทศ เช่น เมียนมา ศรีลังกา จะเริ่มนับพุทธศักราชที่ ๑ ตั้งแต่ปีที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ไทยเริ่มใช้การนับศักราช แบบพุทธศักราชมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา และนำมาใช้กันอย่าง แพร่หลายเป็นแบบอย่างของทางราชการตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๕ รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมา การนับมหาศักราชนี้ พระเจ้ากนิษกะแห่งราชวงศ์กุษาณะ กษัตริย์ผู้ครอง แคว้นคันธาระของอินเดียทรงตั้งขึ้น เริ่มภายหลังพุทธศักราช ๖๒๑ ปี ภายหลังได้เผยแพร่เข้ามาสู่บริเวณสุวรรณภูมิและประเทศไทยผ่านทาง พวกพราหมณ์และพ่อค้าอินเดียที่เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายยังดินแดน บริเวณแถบนี้ มหาศักราชพบในจารึกสมัยก่อนสุโขทัย จารึกสมัยสุโขทัย และกฎหมายสมัยอยุธยา ผู้ตั้ง คือ โปปะสอระหันหรือบุปผะอรหันต์ หรือบุพโสรหัน (Popa Sawrahan) ซึ่งภายหลังได้ลาสิกขาออกมาเป็นกษัตริย์ขึ้นครองแผ่นดิน พม่า ทรงมีพระนามว่า พระเจ้าสุริยวิกรม จุลศักราชเริ่มภายหลังพุทธศักราช ๑,๑๘๑ ปี พบมากในจารึกและพงศาวดารต่าง ๆ ทั้งของล้านนา สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ เริ่มนับปีที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรง สถาปนากรุงเทพมหานครขึ้นเป็นราชธานีแห่งใหม่ของราชอาณาจักร ไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ เป็นรัตนโกสินทรศกที่ ๑ ทั้งนี้ ไทยเริ่มใช้การ นับศักราชแบบรัตนโกสินทรศกใน พ.ศ. ๒๔๓๒ กลางรัชสมัยพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเลิกใช้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๕ ตอนต้น รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อย่างไรก็ตาม การนับศักราชแบบต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น ในบางกรณีบางเหตุการณ์ ก็ไม่จำเป็นต้องนับอย่างละเอียด แต่อาจจะกล่าวหรือนับอย่างกว้าง ๆ เป็นอย่างอื่นอีกก็ได้ ที่นิยม ใช้กันมาก ได้แก่ ทศวรรษ (รอบ ๑๐ ปี) ศตวรรษ (รอบ ๑๐๐ ปี) และสหัสวรรษ (รอบ ๑,๐๐๐ ปี) เช่น ต้นศตวรรษ (ประมาณ ๓๓ ปีแรกของศตวรรษ) การนับเช่นนี้เป็นการบอกช่วงเวลาอย่างกว้าง โดยไม่ระบุศักราช ก ใช้ศักราชที่ ดังนั้น ในสมัยพ เป็น ค.ศ สมบัติ เข้าใจม แต่ละ ท้อง หรือ LL น
PromotionBanner

回答

まだ回答がありません。

疑問は解決しましたか?

この質問を見ている人は
こちらの質問も見ています😉