1. กลุ่มวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี (วิชาเอกของสายนี้)
แน่นอนว่านี่คือหัวใจหลัก ถ้ามีพื้นฐานมาดีจะเรียนสนุกมากครับ
วิทยาการคำนวณ (Computing Science): เน้นความเข้าใจเรื่อง Logic (ตรรกศาสตร์) และ Algorithm (กระบวนการคิดแก้ปัญหาเป็นขั้นตอน) เพราะเวลาเขียนโปรแกรม เราต้องสั่งการคอมพิวเตอร์อย่างเป็นระบบ
ภาษาโปรแกรมขั้นพื้นฐาน: หากมีเวลาลองให้โปรแกรมเมอร์ตัวน้อยฝึกเขียนภาษาเริ่มต้นง่ายๆ อย่าง Python หรือคลาสสิกอย่าง C / C++ / Java จะช่วยให้ตอนไปเจอวิชา Coding ในมหาวิทยาลัยไม่ตึงมือจนเกินไปครับ
2. กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ (เครื่องมือในการคิดวิเคราะห์)
หลายคนคิดว่าเรียน IT จะหนีเลขพ้น แต่จริงๆ แล้วคณิตศาสตร์คือรากฐานของซอฟต์แวร์และระบบเน็ตเวิร์กครับ วิชาที่เน้นหนักๆ คือ:
คณิตศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Discrete Mathematics): พวกเรื่องเซต, ตรรกศาสตร์, เมทริกซ์ และระบบเลขฐาน (ฐานสอง, ฐานสิบหก) อันนี้ได้ใช้ชัวร์
สถิติและความน่าจะเป็น (Statistics and Probability): สำคัญมากในยุคนี้ เพราะเป็นพื้นฐานของการจัดการข้อมูล (Data) และ AI
3. กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ (สกิลลับที่จะทำให้เก่งไว)
วิชานี้สำคัญไม่แพ้คอมพิวเตอร์เลยครับ เพราะ:
Source Code และ Error: เวลาเขียนโค้ดแล้วระบบพัง คำสั่งเตือน (Error logs) ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ
เทคโนโลยีไปไวมาก: ตำรา เอกสารประกอบ (Documentation) หรือคอร์สเรียนเทคโนโลยีใหม่ๆ ระดับโลกส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ ถ้าอ่านเข้าใจจะอัปสกิลตัวเองได้เร็วกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัดเลย
ตอนนี้ถ้ากำลังเตรียมตัวสอบเข้า มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในรอบแอดมิชชั่นจะเน้นคะแนน TGAT (โดยเฉพาะคิดวิเคราะห์และภาษาอังกฤษ) และ TPAT3 (ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์) รวมถึง A-Level คณิตศาสตร์ 1 หรือ 2 (ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของแต่ละสถาบัน) แนะนำให้ลองเช็กเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยที่เล็งไว้ควบคู่ไปด้วยนะ
