Undergraduate
นิติศาสตร์
กฎหมายพาณิชยนาวี : พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2535
12
319
0
สรุป อธิบายความเข้าใจในตัวบท (ตามที่อาจารย์ออกสอบ)
ノートテキスト
ページ1:
* Notebook * พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2535 * * * * * *
ページ2:
พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2535 ม.3 นิยาม “ผู้ขนส่ง” (หรือ ผู้ขนส่งตามสัญญา) หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบการรับขนของทางทะเล เพื่อ บำเหน็จเป็นทางค้าปกติโดยทำสัญญารับขนของทางทะเลกับผู้ส่งของ ไม่มีเรือก็เป็นผู้ขนส่งได้ ประกอบการขนส่งเป็นปกติเพื่อบำเหน็จ “ผู้ส่งของ” หมายความว่า บุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับผู้ขนส่งในสัญญารับขนของทางทะเล ทำสัญญาด้วยตัวเอง / มอบอำนาจให้ผู้อื่น ก็ได้ “ผู้รับตราส่ง” (หรือ ผู้รับใบตราส่ง) หมายความว่า บุคคลโดยนาม (ก) บุคคลซึ่งมีชื่อระบุไว้ในใบตราส่งว่าเป็นผู้รับตราส่ง หรือผู้รับของสำหรับใบตราส่งที่ออกให้แก่ “สัญญารับขนของทางทะเล” หมายความว่า สัญญาที่ผู้ขนส่งรับขนของทางทะเลจากท่าหรือที่ในประเทศ หนึ่งไปยังท่าหรือที่ในอีกประเทศหนึ่ง โดยคิดค่าระวาง “อุปกรณ์แห่งค่าระวาง” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายอย่างใดที่ผู้ขนส่งได้เสียไปโดยควรในระหว่างขนส่ง ซึ่งตามประเพณีในการขนส่งทางทะเลถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าระวาง และให้หมายความรวมถึงเงินที่ผู้ขนส่ง จำเป็นต้องเรียกเก็บเพิ่มขึ้นจากอัตราค่าระวางปกติ เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการให้บริการของผู้ขนส่งเนื่องจาก เหตุที่ผู้ขนส่งไม่อาจป้องกันได้ อันมีประเพณีในการขนส่งทางทะเลที่ผู้ขนส่งจะเรียกได้ เช่น การขึ้นราคาน้ำมัน เชื้อเพลิง ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากภาวะคับคั่งของท่าเรือหรือที่ที่บรรทุกหรือขนถ่ายของ หรือการ เปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างสกุลเป็นต้น จํานวนเรือเข้าเทียบท่าจํานวนมากแต่ยังไม่ สามารถเทียบท่าได้ จึงต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น “ใบตราส่ง” หมายความว่า เอกสารที่ผู้ขนส่งออกให้แก่ผู้ส่งของเป็นหลักฐานแห่งสัญญารับขนของทาง ทะเลแสดงว่า ผู้ขนส่งได้รับของตามที่ระบุในใบตราส่งไว้ในความดูแลหรือได้บรรทุกของลงเรือแล้ว และผู้ขนส่ง รับที่จะส่งมอบของดังกล่าวให้แก่ผู้มีสิทธิรับของนั้นเมื่อได้รับเวนคืนใบตราส่ง
ページ3:
ลักษณะของใบตราส่ง 1. หลักฐานแห่งสัญญารับขนของทางทะเล มีข้อความเกี่ยวกับ รายละเอียด คู่สัญญาและเงื่อนไข สิทธิ หน้าที่ ความรับผิดของคู่สัญญา ผู้รับตราส่ง 2. ใบรับสินค้า เป็นหลักฐานเบื้องต้นว่า ผู้ขนส่งได้รับมอบสินค้าตามรายการ จำนวน น้ำหนัก และสภาพ ภายนอก และเป็นหลักฐานในการแสดงต่อนายเรือเพื่อรับสินค้าที่ปลายทาง 3. เอกสารสิทธิที่โอนเปลี่ยนมือได้ ใบตราส่ง เป็นเอกสารแสดงสิทธิการรับสินค้าที่ปลายทางและสามารถ โอนสิทธิและหน้าที่ได้โดยการสลักหลัง *ต้องออกโดยผู้ขนส่ง นายเรือ หรือตัวแทนผู้ขนส่ง ม.4 ขอบเขตการบังคับใช้ วรรค 1 : พ.ร.บ.รับขนฯใช้บังคับกับการขนส่งระหว่างประเทศ กล่าวคือ การขนส่งจากในไปนอก หรือ นอกไปใน ราชอาณาจักร ข้อยกเว้น 2 กรณี 1. ถ้าในใบตราส่งระบุว่าให้ใช้กฎหมายประเทศอื่น /กฎหมายระหว่างประเทศ (อนุสัญญา) ก็ให้บังคับใช้ เป็นไปตามนั้น เช่น ขนส่งของจากประเทศจีนไปยังประเทศไทย มีผู้ส่งของเป็นคนจีน ผู้ขนส่งเป็นบริษัทของจีน ในใบ ตราส่งสามารถระบุตกลงให้การขนส่งนั้นไม่อยู่ภายใต้กม.ไทยได้ 2. ถ้าในใบตราส่งให้ใช้กฎหมายประเทศอื่น /กฎหมายระหว่างประเทศ (อนุสัญญา) แล้วคู่กรณีฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้มีสัญชาติไทย เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกม.ไทย ให้ใช้พ.ร.บ.รับขนของของทาง ทะเลบังคับ เช่น ขนส่งของจากประเทศจีนไปยังประเทศไทย มีผู้ส่งของเป็นคนจีน ผู้ขนส่งเป็นบริษัทของประเทศ ไทย สัญญารับขนฉบับนี้จะอยู่ภายใต้กม.จีนไม่ได้แม้ว่าในใบตราส่งจะระบุให้ใช้กม.ของจีนก็ตาม เนื่องจากมีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย วรรค 2 : ปกติการขนส่งน่านน้ำภายใน/ขนส่งชายฝั่ง ภายในราชอาณาจักร) ต้องใช้ ป.พ.พ. ว่าด้วยรับขน แต่ถ้าได้ ตกลงกันเป็นหนังสือว่าให้ใช้พ.ร.บ.รับขนฯบังคับ ก็ให้ใช้บังคับโดยอนุโลม หนังสือ - ทำเป็นสัญญา และระบุไว้ในสัญญา ต้องมีลายมือชื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
ページ4:
วรรค 3 : ปกติ พ.ร.บ.รับขนฯใช้กับการขนส่งที่คิดค่าระวาง หากเป็นการขนส่งโดยไม่คิดค่าระวาง(ฟรี ให้เปล่า) ต้องระบุไว้ในเอกสารขนส่ง(ใบตราส่ง ใบรับของ) ว่า “ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดตาม พ.ร.บ.รับขนฯ” มิฉะนั้นจะยกขึ้น ใช้ยันบุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้รับตราส่ง หรือรับโอนสิทธิตามใบตราส่ง ใบรับของ หรือเอกสารดังกล่าวมิได้ (กล่าวคือ ถ้าไม่เขียนระบุไว้ในใบตราส่ง ผู้รับต้องรับผิด) สิทธิหน้าที่ผู้ขนส่ง ม.8 หน้าที่เตรียมความพร้อมของเรือก่อนขนส่ง ก่อนบรรทุกของลงและก่อนที่เรือนั้นจะออกเดินทาง ผู้ขนส่งมีหน้าที่ต้องกระทำการทั้งปวงเท่าที่เป็น ธรรมดาและสมควรจะต้องกระทำสำหรับผู้ประกอบอาชีพรับขนของทางทะเล (ทำทั้งหมดตามระดับมาตรฐานของ ผู้ประกอบการขนส่ง) (1) ทำให้เรืออยู่ในสภาพที่สามารถเดินทะเลได้อย่างปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือ (2) จัดให้มีคนประจำเรือ เครื่องมือ อุปกรณ์และสิ่งจำเป็นให้เหมาะสมแก่ความต้องการสำหรับเรือ (3) จัดระวางบรรทุกและส่วนอื่นๆ ที่ใช้บรรทุกของให้เหมาะสมและปลอดภัย ม.9 หลังจากเตรียมความพร้อมตาม ม.8 แล้ว หากพบความบกพร่องในภายหลังบรรทุกของลงเรือหรือเมื่อเรือออก เดินทางแล้ว ผู้ขนส่งมีหน้าที่แก้ไขความบกพร่องนั้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่อยู่ในวิสัยที่ผู้ขนส่งทำได้ในภาวะเช่นนั้น หน้าที่ออกใบตราส่ง (*กม.มิได้บังคับให้ผู้ขนส่งออกใบตราส่ง แต่ในทางปฏิบัติแม้ไม่เรียกใบตราส่งก็ออกใบตราส่งเสมอ) ม.12 เมื่อผู้ขนส่งได้รับของไว้ในความดูแลแล้ว ถ้าผู้ส่งของเรียกเอาใบตราส่ง ผู้ขนส่งต้องออกให้ ผู้ส่งของ ของ ใบตราส่ง ผู้ขนส่ง ม.13 เมื่อได้บรรทุกของลงเรือเสร็จแล้ว ถ้าผู้ส่งของเรียกเอาใบตราส่งชนิด “บรรทุกแล้ว” ผู้ขนส่ง ต้องออกให้ ผู้ส่งของ ของ +ลงเรือ ผู้ขนส่ง ใบตราส่งชนิดบรรทุกของลงเรือแล้ว (Ocean B/L) ม.15 ผู้ขนส่งชอบที่จะยึดหน่วงของไว้จนกว่าจะได้รับชำระค่าระวางและอุปกรณ์แห่งค่าระวาง หรือจนกว่าผู้รับ ตราส่งจะได้จัดให้มีประกันตามควร (ยึดหน่วงทรัพย์สินกรณีลูกหนี้ผู้รับตราส่ง)ไม่ชำระหนี้) เช่น การรับประกันโดยธนาคาร
ページ5:
ม.16 หน้าที่บอกกล่าวแก่ผู้รับตราส่ง (Notify Party) (ระบุผู้รับตราส่ง) เมื่อของไปถึงท่าปลายทางหรือที่หมายปลายทางตามที่ตกลงกันไว้แล้ว ผู้ขนส่งต้องบอกกล่าวแก่ผู้รับตรา ส่งโดยไม่ชักช้า - บอกกล่าวทันทีที่สามารถกระทำได้เมื่อของถึงปลายทางแล้ว ในทางปฏิบัติต้องแจ้งล่วงหน้าอยู่ แล้วเพื่อเตรียมตัวยื่นเอกสารรับของ หากไม่บอกกล่าว บอกกล่าวชักช้า ผู้ขนส่งต้องรับผิด ม.17 ข้อตกลงที่เป็นโมฆะ ข้อกำหนดใดในสัญญารับขนของทางทะเลซึ่งมีวัตถุประสงค์หรือมีผลไม่ว่าโดยตรงหรือโดยปริยาย ดังต่อไปนี้ ข้อกำหนดนั้นเป็นโมฆะ (ไม่ต้องรับผิด) เช่น ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดกรณีขนส่งล่าช้า (1) ปลดเปลื้องผู้ขนส่งจากหน้าที่หรือความรับผิดใดๆ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ (2) กำหนดความรับผิดของผู้ขนส่งให้น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในมาตรา 58 หรือมาตรา 60 * ไม่กระทบความสมบูรณ์ของสัญญา แต่ถ้ากำหนดความรับผิดให้สูงกว่าที่ กำหนดไว้ เช่นนี้สามารถทำได้ เงื่อนไขความรับผิดของผู้ขนส่ง ม.24 ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับสภาพของภายนอก ถ้าผู้ขนส่งหรือบุคคลอื่นซึ่งออกใบตราส่งในนามของผู้ขนส่งมิได้บันทึกสภาพแห่งของเท่าที่เห็นได้จาก ภายนอกไว้ในใบตราส่งให้ถือว่าของตามใบตราส่งนั้นมีสภาพภายนอกเรียบร้อย - ผู้ขนส่งไม่สามารถปฏิเสธความ รับผิดได้ ม.25 ไม่ได้บันทึกข้อสงวน ข้อสงวน ถ้ามิได้บันทึกเป็นข้อสงวนไว้ในใบตราส่งตามมาตรา 23 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ขนส่งได้รับของไว้หรือได้ บรรทุกของลงเรือในกรณีที่เป็นใบตราส่งชนิด “บรรทุกแล้ว” ทั้งนี้ ตามรายการที่แสดงไว้ในใบตราส่งนั้น //แต่ถ้า ใบตราส่งใดได้โอนไปยังผู้รับตราส่งหรือบุคคลภายนอกซึ่งได้กระทำการโดยสุจริต โดยเชื่อตามข้อความในใบตราส่ง นั้นแล้ว ห้ามมิให้ผู้ขนส่งพิสูจน์เป็นอย่างอื่น - ไม่บันทึกข้อสงวน เป็นการไม่รักษาสิทธิในชั้นศาล ผู้ขนส่งต้องรับ ผิด เนื่องจากการบันทึกข้อสงวนอย่างชัดเจนในใบตราส่ง เป็นการจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งที่อาจเกิดขึ้นหากมี ข้อพิพาท ม.26 ในกรณีที่ได้ออกใบตราส่งให้แก่กันไว้ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขนส่งกับผู้รับตราส่งในเรื่องทั้งหลายเกี่ยวกับ การขนส่งของที่ระบุไว้ในใบตราส่งนั้น ให้เป็นไปตามข้อกำหนดในใบตราส่ง - ให้เป็นไปตามในใบตราส่ง
ページ6:
ม.27 โอนใบตราส่งโดยการสลักหลัง ชนิดระบุชื่อ ใบตราส่งใดแม้จะได้ออกให้แก่บุคคลใดโดยนามก็ยังอาจโอนให้กันได้โดยการสลักหลัง เว้นแต่จะมี ข้อกำหนดห้ามการสลักหลังไว้ในใบตราส่งนั้น ม.28 การเวนคืนใบตราส่ง เมื่อได้ออกใบตราส่งให้แก่กันไว้แล้ว ผู้รับตราส่งจะเรียกให้ส่งมอบของได้ต่อเมื่อเวนคืนใบตราส่งนั้นแก่ผู้ ขนส่งหรือให้ประกันตามควร - ใบตราส่งเป็นเอกสารสิทธิของผู้รับมอบของ แต่ผู้ทรงใบตราส่งต้องเวนคืนใบตรา ส่งให้ผู้ขนส่ง ใบตราส่ง ผู้รับตราส่ง ผู้ขนส่ง ใบส่งมอบ
ページ7:
หน้าที่ผู้ส่งของ ม.32 การจัดทําข้อความในใบตราส่ง ข้อสงวน วรรค 1 : ถ้าผู้ส่งของได้แจ้งหรือจัด รือจัดให้ซึ่งข้อความตามมาตรา 23 เพื่อให้ผู้ขนส่งบันทึกข้อความนั้นไว้ในใบตราส่ง และเมื่อได้บันทึกให้ตามนั้นแล้วให้ วให้ถือว่าผู้ส่งของได้รับรองกับผู้ขนส่งว่าข้อความที่แจ้งหรือจัดให้นั้นถูกต้องตรงกับ ความเป็นจริงเกี่ยวกับของนั้นทุกประการ - ผู้ส่งของจัดให้มีขอความบันทึกในใบตราส่ง ถือว่าผู้ส่งรับรองต่อผู้ ขนส่งว่าข้อความถูกต้องเป็นจริง วรรค 2 : ถ้ามีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นเนื่องจากความไม่ถูกต้องแท้จริงของข้อความตามวรรคหนึ่ง ผู้ส่งของต้อง รับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่ผู้ขนส่งแม้ว่าผู้ส่งของจะได้โอนใบตราส่งนั้นให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้วก็ตาม แต่ ผู้ขนส่งยังคงต้องรับผิดตามสัญญารับขนของทางทะเลต่อบุคคลภายนอก - ผู้ขนส่งบันทึกข้อสงวน เมื่อเกิด ความเสียหายจากข้อความไม่ตรงตามความจริง ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดแก่ผู้ส่งของ แต่ต้องรับผิดกับผู้รับใบตราส่งเมื่อ ใบตราส่งโอนไปยังผู้อื่นที่สุจริต ส่วนผู้ส่งของต้องรับผิดต่อผู้ขนส่งเมื่อผู้ขนส่งเสียหาย ทั้งนี้ ผู้ส่งของ ผู้ขนส่ง ผู้รับตราส่ง บันทีก้ข้อสงวน ไม่ถูกต้อง รับผิดตาม สัญญารับขนฯ รับผิด เพราะผู้ขนส่งเสียหาย ม.33 แจ้งให้ทราบกรณีของที่มีสภาพก่ออันตราย 1. อันตรายในตัว 2. ก่อให้เกิดความเสียหายได้ วรรค 1 : ของใดที่มีสภาพอันก่อให้เกิดอันตรายได้ เช่น ไวไฟ หรืออาจเกิดระเบิด หรืออาจเป็นอันตรายโดย ประการอื่น ผู้ส่งของต้องทำเครื่องหมายหรือปิดป้ายตามสมควรเพื่อให้รู้ว่าของนั้นมี นมอันตราย วรรค 2 : เมื่อส่งของตามวรรคหนึ่งให้แก่ผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่น ผู้ส่งของต้องแจ้งให้ผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นทราบถึง สภาพอันตรายแห่งของนั้น //และในกรณีที่ผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นร้องขอ ให้ผู้ส่งของแจ้งข้อควรระวังและวิธี ป้องกันอันตรายให้ทราบด้วย - เช่น วัตถุไวไฟ วัตถุมีพิษ วัตถุกัมมันตภาพรังสี วัตถุกัดกร่อน วัตถุระเบิด ของแข็งที่ไวไฟ ตาม INTERNATIONAL MARITIME DANGEROUS GOODS CODE (IDMG CODE) ขององค์กร ทางทะเลระหว่างประเทศ
ページ8:
ม.34 กรณีผู้ส่งของไม่แจ้งให้ทราบถึงสภาพของที่มีอันตราย ถ้าผู้ส่งของไม่ปฏิบัติตามมาตรา 33 และ ผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นไม่ทราบถึงสภาพอันตรายแห่งของนั้น สิทธิและหน้าที่ของผู้ส่งของ ผู้ขนส่ง และผู้ขนส่งอื่นมีดังต่อไปนี้ สารเคมี (1) ไม่ว่าเวลาใดๆ ผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นอาจขนถ่ายของนั้นขึ้นจากเรือ ทำลาย หรือทำให้หมดฤทธิ์ ตามความจำเป็นแห่งกรณี โดยไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (2) ผู้ส่งของยังคงต้องรับผิดในความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายทั้งปวงอันเกิดขึ้นหรือเป็นผลเนื่องจากการ ขนส่งของนั้น นอกจากค่าใช้จ่ายตาม (1) การใช้สิทธิของผู้ขนส่งเรียกให้ผู้ส่งของรับผิด ม.37 ถ้าผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นได้รับความเสียหายเนื่องจากความผิดหรือประมาทเลินเล่อของผู้ส่งของหรือตัวแทน หรือลูกจ้างของผู้ส่งของ ผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นนั้นต้องส่งคำบอกกล่าวเป็นหนังสือแก่ผู้ส่งของหรือตัวแทนว่าได้ เกิดความเสียหายพร้อมทั้งแจ้งให้ทราบถึงสภาพโดยทั่วไปของความเสียหายดังกล่าวภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ ได้เกิดความเสียหาย หรือวันที่ส่งมอบของตามมาตรา 40 แล้วแต่วันใดจะเป็นวันหลัง มิฉะนั้นให้สันนิษฐานไว้ก่อน ว่าผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นไม่ได้รับความเสียหายนั้น - ข้อความไม่ถูกต้อง ตาม ม.32 สินค้าเสียหาย ม.38 ผู้ส่งของขอให้ผู้ขนส่งไม่ให้บันทึกข้อสงวน (เหมือน ม.32) ในกรณีที่ผู้ส่งของขอให้ผู้ขนส่งหรือตัวแทนออกใบตราส่งให้แก่ตนโดยไม่ต้องบันทึกข้อสงวนเกี่ยวกับ รายการใดๆ ในใบตราส่งและให้ใบตราส่ง มีข้อความตามที่ผู้ส่งของได้แจ้งหรือจัดให้ หรือโดยไม่มีข้อสงวนเกี่ยวกับ สภาพภายนอกแห่งของในใบตราส่งนั้น และผู้ส่งของรับรองหรือตกลงว่าตนยินยอมชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจาก การออกใบตราส่งนั้น คำรับรองหรือข้อตกลงดังกล่าวจะใช้ยันผู้รับตราส่งหรือบุคคลภายนอกผู้รับโอนใบตราส่งนั้น มิได้
ページ9:
ความรับผิดต่อของผู้ขนส่ง *ม.39 วรรค 1 : ภายใต้บังคับมาตรา 51 มาตรา 52 มาตรา 53 มาตรา 54 มาตรา 55 มาตรา 56 และ มาตรา 58 ผู้ขนส่งต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันเป็นผลจากการที่ของซึ่งได้รับมอบจากผู้ส่งของ สูญหาย เสียหาย หรือมี การส่งมอบชักช้า ถ้าเหตุแห่งการสูญหาย เสียหาย หรือการส่งมอบชักช้านั้นได้เกิดขึ้น “ในระหว่างที่ของดังกล่าว อยู่ในความดูแลของตน” วรรค 2 : เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าของอยู่ในความดูแลของผู้ขนส่งนับตั้งแต่เวลาที่ผู้ขนส่งได้รับของนั้น ไว้จากผู้ส่งของ หรือตัวแทนผู้ส่งของหรือจากเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดๆ ซึ่งกฎหมายหรือกฎข้อบังคับที่ใช้อยู่ ณ ท่าต้นทางที่บรรทุกของลงเรือกำหนดให้ผู้ส่งของต้องมอบของที่จะขนส่งไว้กับเจ้าหน้าที่หรือบุคคลดังกล่าวจนถึง เวลาที่ผู้ขนส่งส่งมอบของนั้น ณ ท่าปลายทางหรือที่หมายปลายทางตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 40 รับผิดเกิดทันทีเมื่อของสูญหาย เสียหาย ส่งมอบชักช้า เมื่อเกิดระหว่างของอยู่ในความดูแลของผู้ขนส่ง ข้อยกเว้นความรับผิดเป็นไปตาม มาตรา 51 – 56 หรือจำกัดความรับผิดตามมาตรา 58 ม.40 เวลาที่ถือว่าส่งมอบของแล้ว ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าผู้ขนส่งได้ส่งมอบของซึ่งตนได้รับไว้แล้ว (1) ผู้ขนส่งได้มอบของให้แก่ผู้รับตราส่งแล้ว (2) ในกรณีที่ผู้รับตราส่งไม่มารับของจากผู้ขนส่ง ผู้ขนส่งได้จัดการอย่างหนึ่งอย่างใดแก่ของนั้นตามที่ กำหนดไว้ในสัญญารับขนของทางทะเล หรือตามกฎหมายที่ใช้บังคับ หรือประเพณีทางการค้าที่ถือปฏิบัติกันอยู่ ณ ท่าปลายทางแล้ว หรือ (3) ผู้ขนส่งได้มอบของไว้กับเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดๆ ซึ่งกฎหมายหรือกฎข้อบังคับที่ใช้อยู่ ณ ท่าปลายทาง กำหนดให้ผู้ขนส่งต้องมอบของที่ขนถ่ายขึ้นจากเรือไว้กับเจ้าหน้าที่หรือบุคคลดังกล่าว ฎ.624/2542 ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดตาม ม.39 เนื่องจากสินค้าไม่ได้หายระหว่างการขนส่ง ฎ.6589/2542 สินค้าที่ขนส่งเสียหายและเหตุแห่งการเสียหายเกิดขึ้นในระหว่างที่สินค้านั้นอยู่ในความ ดูแลของผู้ขนส่ง ผู้ขนส่งจะต้องรับผิดเพื่อความเสียหายตาม ม.39 จะไม่ต้องรับผิดก็ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าความ เสียหายนั้นเกิดขึ้นหรือเป็นผลจากความผิดของผู้ส่งของหรือผู้รับตราส่ง ผู้ขนส่งนำสืบว่าได้บันทึกข้อสงวนไว้ในใบ ตราส่งแต่ไม่ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงให้เห็นว่าการเสียหายของสินค้าที่ขนส่งเป็นผลมาจากการบรรจุหีบห่อไม่ดีหรือไม่ เหมาะสมกับสภาพแห่งของหรือการเสียหายนั้นเกิดจากสภาพแห่งของนั้นเองหรือไม่ ผู้ขนส่งจึงต้องรับผิด
ページ10:
ฎ.1263/2543 ปุ๋ยบางส่วนเปียกน้ำและปนเปื้อนน้ำมันเสียหาย ซึ่งเป็นความเสียหายที่ได้เกิดขึ้นใน ระหว่างที่อยู่ในความดูแลของผู้ขนส่ง มิได้นำสืบให้เห็นว่ามีเหตุที่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องรับผิดในความเสียหาย ของสินค้า แม้ทางนำสืบของผู้ส่งของไม่มีหลักฐานแสดงว่าความเสียหายของสินค้าปุ๋ยพิพาทเกิดจากการกระทำ ผู้ขนส่งหรือไม่และไม่ทราบว่าเกิดจากการกระทำของผู้ใดก็ตาม ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ขนส่งพ้นจากความรับผิด ม.41 การส่งมอบชักช้า การส่งมอบชักช้าตามมาตรา 39 ได้แก่ (1) ในกรณีที่ได้กำหนดเวลาส่งมอบไว้กับผู้ส่งของ ผู้ขนส่งไม่ได้ส่งมอบของภายในกำหนดเวลานั้น (2) ในกรณีที่ไม่ได้กำหนดเวลาส่งมอบไว้ ผู้ขนส่งไม่ได้ส่งมอบของภายในกำหนดเวลาอันควรที่ผู้ขนส่ง จะส่งมอบตามหน้าที่อันพึงปฏิบัติได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งกรณีประกอบด้วย ม.43 ผู้ขนส่งรับผิด กรณีมอบหมายให้ผู้ขนส่งอื่นไปส่งแล้วเกิดความเสียหาย แม้ว่าผู้ขนส่งจะได้มอบหมายให้ผู้ขนส่งอื่นทำการขนส่งของที่ตนรับขน ผู้ขนส่งก็ยังคงต้องรับผิดเพื่อการ สูญหาย เสียหาย หรือส่งมอบชักช้าแห่งของนั้น และจะต้องรับผิดเพื่อการกระทำของผู้ขนส่งอื่นรวมทั้งลูกจ้างและ ตัวแทนของผู้ขนส่งอื่น ซึ่งได้กระทำไปภายในทางการที่จ้าง หรือภายในขอบอำนาจของการเป็นตัวแทนนั้นด้วย ม.44 ขยายความรับผิดใช้ ม.39 กับขนส่งอื่นที่ได้รับมอบหมายด้วย ม.39-ม.50 ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยความรับผิดของผู้ขนส่งมาใช้บังคับแก่ผู้ขนส่งอื่นเฉพาะการขนส่งในส่วนที่ผู้ขนส่ง อื่นได้รับมอบหมายด้วย ม.45 ผู้ขนส่งและผู้ขนส่งอื่นรับผิดในฐานะลูกหนี้ร่วม เมื่อมีกรณีที่ผู้ขนส่งต้องรับผิดและผู้ขนส่งอื่นจะต้องรับผิดในกรณีเดียวกันนั้นด้วย ให้ผู้ขนส่งและผู้ขนส่ง อื่นดังกล่าวเป็นลูกหนี้ร่วมกัน
ページ11:
ข้อยกเว้นความรับผิดของผู้ขนส่ง ม.52 ข้อยกเว้นหลัก ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดเพื่อการสูญหาย เสียหาย หรือส่งมอบชักช้า ถ้าพิสูจน์ได้ว่าการสูญหาย เสียหาย หรือ ส่งมอบชักช้านั้นเกิดขึ้นหรือเป็นผลจาก *อ้างเหตุสุดวิสัย การกระทำของผู้ขนส่งต้องไม่มีความผิดเลย (1) เหตุสุดวิสัย - (ป.พ.พ.ม.8) สุดวิสัยที่จะป้องกันได้ ภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม คน เช่นการปล้นจากโจรสลัด (2) ภยันตรายหรืออุบัติเหตุแห่งท้องทะเลหรือน่านน้ำที่ใช้เดินเรือได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน เช่น เรือรั่วจนอับปางลง (9) ความผิดของผู้ส่งของหรือผู้รับตราส่ง เช่น การบรรจุหีบห่อ หรือรวมมัดไม่มั่นคงแข็งแรงหรือไม่ เหมาะสมกับสภาพแห่งของ การทำเครื่องหมายที่ของหรือหีบห่อไม่ชัดเจนหรือไม่เพียงพอ (10) สภาพแห่งของนั้นเอง - ของเกิดความเสียหายด้วยตัวเอง เช่น สัตว์ติดโรค (12) ความผิดพลาดในการเดินเรืออันเกิดจากความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่หรือตามคำสั่งของผู้นำ ร่อง - ผู้นำร่อง คือ ผู้นำทาง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของท่าเรือ เพื่อบังคับการเรือแทนกัปตันกรณีเรือสินค้าเทียบท่า เนื่องจาก ช่วงถึงชายฝั่งระดับน้ำลดลงต้องใช้ผู้นำร่อง (pilot) ซึ่งมีความชำนาญในการเทียบท่าแทนกัปตัน ม.53 ข้อยกเว้นกรณีเกิดอัคคีภัย ผู้ฟ้อง ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดเพื่อการสูญหาย เสียหาย หรือส่งมอบชักช้า อันเกิดจากอัคคีภัย เว้นแต่ผู้ใช้สิทธิ เรียกร้องจะพิสูจน์ได้ว่า อัคคีภัยนั้นเกิดขึ้นจากความผิด หรือประมาทเลินเล่อของผู้ขนส่งหรือตัวแทนหรือลูกจ้าง ของผู้ขนส่ง ม.54 ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดเพื่อการสูญหาย เสียหาย หรือส่งมอบชักช้า อันเป็นผลจากการใช้มาตรการต่างๆ ที่พึง กระทำเพื่อระงับอัคคีภัย หรือหลีกเลี่ยงหรือบรรเทาผลเสียหายจากอัคคีภัย เว้นแต่ผู้ใช้สิทธิเรียกร้องจะพิสูจน์ได้ว่า เป็นความผิด หรือประมาทเลินเล่อของผู้ขนส่งหรือตัวแทนหรือลูกจ้างของผู้ขนส่งในการใช้มาตรการดังกล่าว ม.57 ของมีค่า ถ้าของที่ขนส่งเป็นเงินตรา ธนาคารบัตร ตั๋วเงิน พันธบัตร ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ ประทวนสินค้า อัญมณีหรือของ มีค่าอย่างอื่นผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดเพื่อการสูญหายหรือเสียหายแห่งของดังกล่าว เว้นแต่ผู้ส่งของจะได้แจ้งให้ผู้ขนส่ง ทราบถึงสภาพและราคาของนั้นในเวลาที่นำของมามอบให้ ในกรณีที่แจ้งราคาของไว้ให้ผู้ขนส่งรับผิดเพียงไม่เกินราคาที่แจ้งไว้นั้น
他の検索結果
おすすめノート
このノートに関連する質問
Undergraduate
นิติศาสตร์
กรณีการข่มขู่ผ่านโซเชียลมีเดียจะเข้าข่ายความผิดฐานใดในกฎหมายอาญา
Undergraduate
นิติศาสตร์
ใช้มาตราไหนเหรอคะ
Undergraduate
นิติศาสตร์
ช่วยวินิจฉัยหน่อยค่ะ ไม่แน่ใจว่าวินิจฉัยถูกหรือเปล่าค่ะ
Undergraduate
นิติศาสตร์
ช่วยวินิจฉัยให้ทีค่ะ
Undergraduate
นิติศาสตร์
วิชากฎหมาย
Undergraduate
นิติศาสตร์
จะสรุปข่าวออกมาแนวไหน และการวิเคราะห์SMCR เราจะวิเคราะห์ยังไงค่ะ วิชา การเมืองกับการสื่อสารทางการเมือง ใครรู้ช่วยหน่อยนะค่ะ
Undergraduate
นิติศาสตร์
นายม้ง ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับบริษัท แห่งหนึ่ง แต่เนื่องจากนายม้งได้อพยพมาจากประเทศจีนจึงไม่รู้ภาษาไทย ไม่อาจเขียนหนังสือได้ อีกทั้งนายม้งยังพิการแขนขาดทั้งสองข้าง นายม้งจึงได้ลงลายพิมพ์นิ้วเท้าแทนการลงลายมือชื่อ และนายม้งก็ได้ให้นายลูกับนายหลิวเพื่อนของนายม้งเองเป็นพยานในการรับรองดังกล่าว โดยนายลูได้รับรองโดยการลงลายมือชื่อของตน ส่วนนายหลิวซึ่งไม่รู้หนังสือเช่นเดียวกับนายม้งได้รับรองโดยการพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยนายหลิวได้ให้นายฉงและ ด.ช. ฉิน ลงลายมือชื่อรับรองการเป็นพยานของตน จากข้อเท็จจริง จงพิจารณาว่าการลงลายมือชื่อของนายม้งในการทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จงอธิบายพร้อมยกข้อกฎหมายประกอบ
Undergraduate
นิติศาสตร์
รบกวนช่วยบอกความหมายของตัวย่อ K. ให้หน่อยได้ไหมค่ะ ขอบคุณนะคะ
Undergraduate
นิติศาสตร์
ข้อ2ตอบอย่างไรหรอคะ ช่วยแนะนำด้วยค่ะ
Undergraduate
นิติศาสตร์
การพัฒนาการของกฎหมายมหาชนส่งผลต่อระบบการเมืองการปกครองอย่างไร ช่วยหน่อยนะคะ🙏🏻😭
News
コメント
コメントはまだありません。